ลูกทรพีซดเหล้าขาว ทำร้ายพ่อกำลังกินข้าวจนเสียชีวิต ตร.เร่งล่าตัวด่วน หวั่นไปทำอันตรายคนอื่น
ข่าวอาชญากรรม

ลูกทรพีซดเหล้าขาว ทำร้ายพ่อกำลังกินข้าวจนเสียชีวิต ตร.เร่งล่าตัวด่วน หวั่นไปทำอันตรายคนอื่น

เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 22 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ภายหลังจากทราบว่า มีเหตุลูกชายทำร้ายร่างกายบิดา จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลมหาชัย 2 ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุก็ได้พบกับ นางแตงกวา การสนิท อายุ 65 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่เดินทางกลับเข้ามาบ้าน หลังจากที่ออกไปทำงานเมื่อช่วงเช้า

โดยสภาพหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ก็มีการกั้นสายไว้ กันไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน ขณะที่สภาพภายในบ้านนั้น พบว่า ยังคงมีกองเลือดและคราบเลือดทั่วบริเวณบ้าน ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง โดยชั้นบนภายในห้องของผู้เสียชีวิตมีข้าวของกระจัดกระจาย เครื่องปรับอากาศเปิดทิ้งไว้ คราบเลือดสาดไปทั่วบริเวณ และยังมีจานข้าวที่ยังทานไม่หมด ซึ่งคาดว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งจะลงมือทานไปได้ไม่กี่คำ ก่อนถูกลูกชายลงมือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต

โดยผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายเดือน การสนิท อายุ 69 ปี มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายหอยทอดตามตลาดนัด เป็นบิดาของผู้ก่อเหตุ และเป็นสามีของนางแตงกวา ส่วนลูกทรพีที่ก่อเหตุปิตุฆาตบิดาตัวเองคือ นายกฤษดา การสนิท อายุ 45 ปี ภายหลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยไม่ได้สวมใส่เสื้อ แต่มีการนำเสื้อสีเขียวพันคอไปด้วย

นางแตงกวา เล่าว่า ลูกชายคนโตมีอาการทางจิตเวช ในอดีตเคยเสพยาเสพติดมาก่อน แต่ก็เลิกมาได้นานเกือบ 10 ปีแล้ว มาระยะหลังนี้ลูกชายติดเหล้าขาว จึงทำให้ตกงาน ไม่มีงานทำอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่ลูกชายกินเหล้าขาวก็จะขาดสติ ทะเลาะวิวาทกับคนในครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ถึงกับลงมือทำร้ายร่างกาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกับพ่อ แต่กับแม่เขาจะแค่ขู่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ขู่คนในบ้านว่าจะฆ่xบ้าง หรือเผาบ้านบ้าง บางครั้งพอมีอาการกำเริบมากๆ ก็โทรเรียกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปส่งที่โรงพยาบาล ซึ่งตำรวจก็มาช่วยควบคุมตัวนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่พอนอนคืนเดียวโรงพยาบาลก็ให้กลับบ้าน ทั้งๆ ที่ทางพ่อกับแม่เคยบอกหมอให้ส่งลูกชายไปที่สถาบันกัลยาราชนครินทร์ เนื่องจากลูกชายมีประวัติการรักษาตัวอยู่ที่นั่นมาก่อน แต่เขาก็ไม่ยอมส่งไป

จนเคยเอ่ยถามหมอพยาบาลว่า ทำไมถึงไม่ส่งไปรักษาที่สถาบันกัลยาฯ จะรอให้อาการกำเริบแล้วสังหารคนในบ้านก่อนหรืออย่างไร สุดท้ายก็ไม่มีการส่งตัวไปตามที่ครอบครัวร้องขอ ทางแม่ก็คอยไปเอายามาให้ลูกกิน และก็คอยระวังเรื่องเงิน เพราะเขาจะชอบมาขอเงิน ซึ่งถ้าขอไปซื้อข้าวกิน แม่ก็จะให้ แต่ถ้าขอไปซื้อเหล้าจะไม่ให้เลย เพราะกินทีไรมีอาการกำเริบทุกครั้ง

กระทั่งเมื่อเช้านี้ หลังจากที่พ่อไปส่งแม่ที่โรงงานแล้ว ลูกชายก็ตามไปขอเงินที่หน้าโรงงาน 200 บาท บอกว่ารถจักรยานยนต์หม้อน้ำพังจะเอาไปซ่อม แม่ก็เลยให้มา แล้วแม่ก็ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล กระทั่งมีสายโทรศัพท์ของพ่อโทรเข้ามาว่า ให้เงินลูกไปทำไม เขาเอาไปซื้อเหล้า ซึ่งนั่นทำให้แม่รู้สึกกังวลใจมาตลอด และแล้วก็มาเกิดเรื่องขึ้นจนได้ โดยเมื่อวานนี้เพิ่งจะครบรอบวันเกิดสามี ตนก็พาไปใส่บาตร พอมาวันนี้มาถูกลูกในไส้ปลิดชีพ ก็เชื่อว่า เขาคงจะหมดบุญแค่นี้

นางแตงกวา บอกอีกว่า จากการที่ลูกชายคนเล็กเล่าให้ฟังคือ พี่ชายอาละวาดแล้วใช้ขวดเหล้าขึ้นไปทำร้ายร่างกายพ่อที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ในห้องนอน ตอนนั้นลูกชายคนเล็กพยายามจะเข้ามาช่วยพ่อแล้ว แต่ช่วยไม่ทัน และพี่ชายยังหันจะมาทำร้ายร่างกายเขาด้วย เขาจึงหนีเข้าไปในห้องแล้วล๊อคประตูไว้ เพราะกลัวพี่ชายจะตามไปจัดการอีกคน ส่วนพ่อพยายามหนีออกจากห้อง แต่ก็หนีไม่พ้น ถูกแทงเข้าจุดสำคัญหลายแห่งจนสาหัส เมื่อลูกคนโตก่อเหตุแล้วก็ออกไปหาเพื่อนบ้าน แต่ไม่มีใครเปิดบ้านรับ จึงได้ขับรถหลบหนีไป ทั้งนี้ก็ขอให้ตำรวจตามจับกุมตัวมาได้โดยเร็ว ส่วนผลที่จะได้รับจากการกระทำนั้น ก็ขอให้เป็นไปตามกรรมที่ก่อไว้

ทางด้านเพื่อนบ้าน บอกด้วยว่า ปกติพ่อกับคนก่อเหตุทะเลาะกันเป็นประจำอยู่แล้ว จนไม่มีใครสนใจว่าจะรุนแรงแค่ไหน ซึ่งเมื่อช่วงสายของวันนี้ ก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันอีก แต่ก็ไม่มีใครสนใจ กระทั่งมาทราบว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยปกติผู้เสียชีวิตเป็นคนดี ทำมาหากินดูแลครอบครัว มีอยู่ด้วยกัน 4 คน ส่วนคนก่อเหตุ มีงานทำบ้าง ไม่มีงานทำบ้าง พอมีเวลาว่างก็มักจะชอบดื่มเหล้าขาว แต่ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนในซอย จะมีแต่กับคนในบ้านเท่านั้น โดยหลังจากที่ก่อเหตุแล้ว เขาได้ออกมาหาเพื่อนบ้านที่สนิทกัน แต่เพื่อนบ้านไม่ยอมเปิดบ้านให้เพราะเห็นเขาออกมาแบบนุ่งกางเกงในตัวเดียว ไม่ใส่เสื้อ และมีเลือด ก็กลัวเลยปิดบ้านหนี ทำให้เขาโมโห กลับขึ้นไปนุ่งกางเกงขายาวไม่สวมเสื้อ ขับรถจักรยานยนต์ออกไปทันที

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กระจายกำลังติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะไปไหนไม่ได้ไกลมากนัก เพราะผู้ก่อเหตุไม่ได้สวมเสื้อ ไม่มีเงินติดตัว และมีเพียงรถจักรยานยนต์คันเดียวเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาคร รายงาน