กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ปฏิบัติการทลายแหล่งกักตุนยาเขียวเหลือง (ยาทรามาดอล) ที่มีการรายงานเท็จส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ที่จริงแล้วลักลอบเก็บยาไว้ภายในประเทศเพื่อเตรียมขายให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้ผสมดื่มสร้างความมึนเมา ตรวจค้น 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ จ.ปราจีนบุรี ยึดยาทรามาดอล ยาอันตรายอื่นๆ จำนวนกว่า 24,135,800 แคปซูล มูลค่ากว่า 80,000,000 บาท

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เฝ้าระวังการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะยาทรามาดอล หรือที่รู้จักกันดีในกลุ่มวัยรุ่นผู้ใช้ยาว่า “ยาเขียวเหลือง” ที่มีการนำไปใช้ผสมเครื่องดื่มในสูตร 4×100 เพื่อสร้างความมึนเมา ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขยกระดับยาทรามาดอล เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ สามารถซื้อได้ต่อเมื่อมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. ตรวจสอบข้อมูลการกระจายยาที่ผิดปกติ จึงได้ดำเนินการสืบสวนหาแหล่งกระจายยาทรามาดอลที่ผิดกฎหมาย จนพบว่า มีเครือข่ายของผู้รับอนุญาตด้านยา ร่วมกันรายงานการขายหรือจำหน่ายยาอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบ FDA Reporter ของ อย. โดยแจ้งระบุว่ามีการขายยาส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไม่ได้มีการส่งยาออกไปยังต่างประเทศจริง แต่กลับลักลอบขายยาไปยังสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต และร้านขายยากลุ่มเสี่ยง โดยในวันที่ 18 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปราจีนบุรี ได้เข้าตรวจสอบสถานที่ที่มีการลักลอบกระจายยาเขียวเหลือง (ทรามาดอล) จำนวนหลายรุ่นการผลิต ที่มีการรายงานการขายยาอันเป็นเท็จไปยังร้านขายยาต่างจังหวัด และไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 3 จุด ดังนี้

1. สถานที่กักตุนและลักลอบกระจายยาเขียวเหลือง (ทรามาดอล) ในโกดังแห่งหนึ่งพื้นที่ แขวงคลองสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว ตรวจยึดและอายัด ดังนี้
ยาทรามาดอล ชื่อการค้า Comadol จำนวน 15,600,000 แคปซูล เป็นการยึดยารุ่นการผลิตที่มีรายงานการขายไปยังร้านขายยาในต่างจังหวัด จำนวน 11,600,000 แคปซูล และอายัดยาที่พบในร้านอีก 4,000,000 แคปซูล ยาอันตรายกลุ่มยาน้ำแก้แพ้แก้ไอ จำนวน 124,000 ขวด ยาอันตรายกลุ่มยาแก้ปวดชนิดอื่น ๆ จำนวน 4,160,000 เม็ด

ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ล้างจมูก ที่มีการแบ่งบรรจุ จำนวน 4 รายการ พร้อมวัตถุดิบและฉลาก เอกสารการขายยาอันตรายรายการอื่น จำนวน 2 รายการ
2. สถานที่รับอนุญาตขายส่งยาที่ใช้ใบอนุญาตในการสั่งซื้อยาอันตรายกลุ่ม 4x100 โดยเฉพาะ ยาเขียวเหลือง (ทรามาดอล) แต่ไม่เคยเปิดทำการจริง เป็นอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง พื้นที่แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ อย. เข้าตรวจค้นสถานที่เก็บยาเขียวเหลือง สามารถตรวจยึดยา Comadol เลขทะเบียน 1A 59/64 จำนวน 3 รุ่นการผลิต ได้แก่ lot 25C051, 25C052, 25C053 จำนวนรวม 4,375,800 แคปซูล ซึ่งเป็นรุ่นการผลิตที่มีรายงานการขายไปยังร้านขายยาในต่างจังหวัดทั้งหมด
3. ร้านขายยาแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยเจ้าหน้าที่ อย. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สสจ.ปราจีนบุรี เข้าตรวจค้นร้านขายยาซึ่งเป็นร้านขายยาที่อ้างว่ารับยา Comadol จากผู้รับอนุญาตขายส่งมาจำหน่าย แต่จากผลการตรวจสอบพบไม่พบยา Comadol แต่พบหลักฐาน ดังนี้ เอกสารข้อมูลการซื้อยา Comadol จากสถานที่เก็บยา แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เอกสารข้อมูลการจำหน่ายยา Comadol จากบัญชีการขายยา โดยระบุมีการจำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ยากลุ่ม Diazepam ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 จำนวน 980 เม็ด กลุ่มเครือข่ายทั้ง 3 กลุ่มที่เข้าตรวจค้นในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานครนั้น มีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีเครือข่ายของผู้รับอนุญาตด้านยาร่วมกันกระทำการรายงานการขายยาอันเป็นเท็จ เปิดร้านขายยาเพื่อให้ได้โควตาในการสั่งซื้อยาในกลุ่มยาแก้ปวด โดยเฉพาะยาทรามาดอล โดยมีวัตถุประสงค์ในการลักลอบขายยาไปยังสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต และร้านขายยากลุ่มเสี่ยง รวมถึงกระจายยาเหล่านี้ให้กับกลุ่มวัยรุ่นทั้งแบบปลีกและส่ง
รวมตรวจค้นทั้ง 3 จุด ตรวจยึดและอายัดของกลาง ได้แก่ ยาทรามาดอล จำนวน 19,975,800 แคปซูล, ยาอันตรายกลุ่มยาน้ำแก้แพ้แก้ไอจำนวน 124,000 ขวด, ยาอันตรายอื่น ๆ จำนวน 4,160,000 เม็ด, ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ล้างจมูก ที่มีการแบ่งบรรจุ จำนวน 4 รายการ และ ยากลุ่ม Diazepam ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 จำนวน 980 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 80,000,000 บาท โดยการแจ้งเท็จการส่งออกยาไปยังต่างประเทศเป็นจำนวนมหาศาลที่ตรวจพบในครั้งนี้ เป็นการบิดเบือนกลไกลอุปสงค์-อุปทานในตลาดซื้อขายยา ซึ่งอาจทำให้คนไข้ที่มีความต้องการยาเพื่อไปทำการรักษาที่แท้จริง อาจต้องซื้อยาในราคาที่แพงขึ้น เป็นการซ้ำเติมประชาชนในช่วงเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยวัตถุประสงค์ของผู้แจ้งการส่งออกยาอันเป็นเท็จนั้น มีเจตนาจำหน่ายยาไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ในการใช้ เช่น นำไปใช้ผสมในน้ำกระท่อมหรือ 4×100 เพื่อมอมเมากลุ่มเยาวชน จึงขอเตือนผู้ประกอบการด้านยา ให้มีความตระหนักในการจำหน่ายยาให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้ประเทศไทยมียาเพียงพอเพื่อรองรับสถานการณ์ในภาวะปัจจุบัน
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ดังนี้
1. กรณีความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510
- ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2. กรณีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด
- ฐาน “ขายหรือครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต” โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท
3. กรณีความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ฐาน “ผลิตเครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการ” โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฐาน “ผลิตเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้ขอใบรับจดแจ้ง” โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์ไม่ได้ขอใบรับจดแจ้ง” โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ ที่ดำเนินการร่วมกับทาง อย. ในการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมา อย. ได้มีมาตรการควบคุมการผลิตและการขายยาทรามาดอล โดยจำกัดให้ผู้รับอนุญาตผลิต และขายส่งยาต้องรายงานการผลิตและขายส่งยาผ่านระบบ FDA Reporter และจำกัดปริมาณการขายส่งของยาทรามาดอลเพื่อป้องกันการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด แต่ยังพบปัญหาการลักลอบจำหน่ายและนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ยาทรามาดอลเป็นยาควบคุมพิเศษ ร้านขายยาจะจ่ายยาได้ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น และไม่อนุญาตให้มีการขายยาทรามาดอลผ่านร้านขายส่งที่ไม่ผ่านการอนุมัติให้เป็นคู่สัญญากับผู้ผลิต นอกจากนี้ พฤติการณ์ของผู้รับอนุญาตรายนี้ อย. ตรวจพบว่า มีการรายงานการขายยาทรามาดอลเป็นเท็จ โดยอาศัยความร่วมมือของร้านขายยาในจังหวัดปราจีนบุรี ในการรายงานส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่จากข้อเท็จจริงคือนำมาขายไปยังร้านขายยาและสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตด้านยา เช่น ร้านขายน้ำต้มกระท่อม หรือขายผ่านทางออนไลน์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการให้ข้อมูลเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นอกจากจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเรื่องแจ้งความเท็จ แล้ว อย. จะรวบรวมหลักฐานส่งให้ กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดีในข้อหาการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ต่อไปด้วย ทั้งนี้ ขอเตือนผู้รับอนุญาตด้านยาทุกรายขอให้ประกอบธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ไม่ใช้ใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจที่ ผิดกฎหมาย หากตรวจพบนอกจากจะดำเนินคดีถึงที่สุดแล้ว อย. จะใช้มาตรการทางปกครองอย่างเข้มงวด หากพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสแหล่งผลิตหรือขายเพื่อลดการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด ได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th, หรือ Line: @FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป