วันนี้ (24 มีนาคม 2569) ที่เพจสายไหมต้องรอด ถ.วัดเกาะ เขตสายไหม เมล อายุ 24 สาวอดีตพนักงานไฟแนนซ์ เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือ โดยเธอเป็นลูกสาวนักดับเพลิง ถูกแฟนหนุ่มเมายาดูดพอตเค จนอาการหลอนหนัก บุกมาทำร้ายร้างกายถึงในแฟลตดับเพลิงนานถึง 6 ชั่วโมง ใช้มีดกรีดหน้า กรีดหัว ซ้ำยังนำพัดลมมาปั่นผม ใช้ไม้ฟาด ก่อนหาโอกาสวิ่งหนีเอาชีวิตรอดลงมาขอความช่วยเหลือจากร้านค้าหน้าแฟลต
เมล เปิดเผยกับทีมข่าวว่า รู้จักกับฝ่ายชาย ชื่อ บัส อายุ 23 ปี ทักมาจีบผ่านโซเชียล และแนะนำตัวว่าทำงานเป็นหัวหน้าช่าง ตนจึงพูดคุยด้วย
เมล เล่าต่อว่า ฝ่ายชายเป็นคนพูดจาดี ดูแลเอาใจใส่ จึงได้นัดกันไปกินข้าว หลังจากได้เจอกันก็คุยกันมาเรื่อย ๆ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ฝ่ายชายชวนไปที่บ้านย่านซอยเพิ่มสิน บอกให้ไปนั่งเล่น แต่พอไปถึง กลับเจอเพื่อนของฝ่ายชายประมาณ 4-5 คนอยู่ในบ้าน ส่วนนายบัสกำลังแจกจ่ายพอตเคให้เพื่อน ทำให้ตัวเองรู้สึกตกใจ จึงตัดสินใจออกมา

จากนั้นฝ่ายชายโทรมาแล้วด่าทอตนเองด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย บอกว่ากลุ่มเพื่อนที่อยู่ในบ้านบอกว่าตนเองเป็นคนหลายใจ เคยคุยกับเพื่อนในโรงเรียนเก่า ทำให้มีการทะเลาะกัน
ต่อมา วันที่ 21 มีนาคม 2569 ตนเองกลับบ้านที่แฟลตดับเพลิง ไม่นานฝ่ายชายโทรมาขอโทษตนเอง บอกว่าขอโทษ อยากเคลียร์กัน อยากดีกัน ถามว่าอยู่คนเดียวไหม ตนบอกว่าอยู่คนเดียว ฝ่ายชายบอกว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อน

จากนั้นฝ่ายชายเดินทางมาหาตอน 05.00 น. มาขอโทษประมาณครึ่งชั่วโมง ฝ่ายชายมีอาการเหมือนคนเมา ไม่มีสติ มีอาการหลอนยา ก่อนมีอาการคลุ้มคลั่ง ย้อนกลับมาทำลายข้าวของในห้อง ตนพยายามร้องขอให้หยุด แต่นายบัสกลับพุ่งมาทำร้ายร่างกาย แล้วบอกว่าสนุก
จากนั้น ฝ่ายชายคว้าไม้แขวนเสื้อมากรีดหน้าของตนเอง แล้วนำมีดที่พกมากรีดแก้มด้านขวา ตนพยายามร้องขอชีวิต แต่ฝ่ายชายยังไม่หยุด โดยตนเองถูกทำร้ายตั้งแต่ 07.00 - 13.00น. มีการบังคับให้กินบุหรี่ผสมน้ำประปา บังคับทำโทษให้ตนนำหัวทิ่มกับพื้นแล้วเอามือไขว้หลัง

ระหว่างนั้นก็ถูกฝ่ายชายทั้งถีบทั้งต่อยทั้งเตะอยู่บริเวณหน้าห้อง แต่ไม่มีใครกล้าออกมาช่วย ตนจึงออกกลอุบายบอกกับนายบัสว่า งั้นเราขอลงไปข้างล่างได้ไหม นายบัสถึงยอม ตนจึงอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหลบหนีเพื่อขอความช่วยเหลือจากร้านค้า ระหว่างนั้นนายบัสก็พยายามวิ่งตามมาจะทำร้ายร่างกายตนเอง แต่พบกล้องวงจรปิดเสียก่อน ถึงหยุดทำร้าย
ขณะเดียวกันเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินทางมาถึง ทำให้นายบัสหลบหนีเข้าไปในห้องนอน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจก็ไม่ได้ตามไปจับกุมตัว และปล่อยให้นายบัสหลบหนีไป ตนจึงเข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน แต่พนักงานสอบสวน สน.บางเขน กลับตั้งคำถามกับตนเองว่า คุณบาดเจ็บสาหัสเหรอ ทำไมไม่รีบเร่งรัดดำเนินคดี ตนจึงรู้สึกไม่สบายใจ

รวมถึงในเวลาต่อมาฝ่ายชายก็ยังทักมาข่มขู่ตนเองอีกบอกจะเอาชีวิต พร้อมขู่เผาบ้าน สิ่งที่ตนเองออกมาในวันนี้อยากให้ฝ่ายชายถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และรับผิดชอบทรัพย์สินที่เสียหาย ยืนยันจะไม่กลับไปคืนดีกับฝ่ายชายอีก
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับข้อมูลมาเคสนี้ถือว่าหนักมาก เบื้องต้นตนประสานผู้กำกับ สน.บางเขน ให้ช่วยเร่งรัดดำเนินคดีและเร่งเอาตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นทาสยาเสพติด และอยากเจ้าหน้าที่ช่วยขยายผลกวาดล้างเรื่องยาเสพติด

ในส่วนของสายตรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น นายเอกภพ มองว่า ควรควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ หรือเชิญตัวไปที่โรงพัก เพื่อตรวจหาสารเสพติดว่ามีหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่า ผู้บาดเจ็บมีร่องรอยบาดแผลทั่วร่างกาย มีร่องรอยถูกทำร้าย แต่ทำไมสายตรวจถึงปล่อยตัวคนร้ายไป
พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชน หากเห็นเหตุการณ์ การทะเลาะกันให้เร่งให้ความช่วยเหลือ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน