เมื่อวันที่ 13 มี.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.นพล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช , พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ,พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ สั่งการให้ พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจ,พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส รอง ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.ธวัชชัย แจ่มวิธีเลิศ รอง ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.คณาธิป ก้ำแก้ว รองผกก.ธร.กก. สายตรวจ สนธิกำลังหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก
จับกุมนายไวยวัจน์ อาจหาญ อายุ 40 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 4 แสนเม็ด รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีน้ำตาล จำนวน 1 คันโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่องอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 11 นัดรถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีเทา จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีเทา จำนวน 1 คัน มูลค่า 14,300,000 บาท โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนหมายเลข 4012 ต.ละหาร อ.บางบัวทองจ.นนทบุรี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีน้ำตาลฯ ไปรับยาเสพติดในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และจะเดินทางไปส่งให้กับลูกค้าบริเวณพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสะกดรอยติดตามพบว่า เวลาประมาณ 21.30 น. รถยนต์คันดังกล่าวได้มีการขับรถผิดปกติวิสัยลักษณะมีพิรุธ โดยได้ขับเข้าไปจอดบริเวณถนนริมคลองชลประทาน อ.ปากแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา

จากนั้น ได้ขับออกจากบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากพฤติกรรมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ฯ เชื่อว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้เดินทางไปรับยาเสพติด และเชื่อว่ารถเตรียมจะส่งยาเสพติดให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก อีกส่วนหนึ่ง จึงวางกำลังเข้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ต่อมา พบรถยนต์คันดังกล่าว ขับขี่มาตามถนนจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่ผู้ต้องหาได้พยายามขับรถหลบหนี และได้ถอยรถตกลงบริเวณข้างทาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้พร้อมของกลางดังกล่าว จึงแจ้งข้อหาร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวกรุงเทพมหานคร รายงาน