จากกรณีกลุ่มคนร้ายอุ้มฆาตกรรม นายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ ท๊อป อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ เมื่อวันที่ (18 ก.พ.) หลังมารดาเข้าแจ้งความคนหายเอาไว้ที่ สน.สุทธิสาร โดยมีภาพหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด บริเวณลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 ในช่วงเช้าเวลา 06.24 น. ของวันที่ 18 ก.พ.69 ปรากฎภาพมีการจัดฉากอุ้มนายรุทธ์ออกไปจากบ่อตกกุ้ง มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ
กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามไปจนพบศพนายรุทธ์ สภาพถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูก อยู่ภายในห้องน้ำ บ้านร้างไร่ไบคาน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี กระทั่งล่าสุด ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าวแล้วทั้งหมด 10 ราย หนีไปได้ 1 รายนั้น

ล่าสุด พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ขณะจับกุมพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนได้มีการไปปรึกษาทนายความ เพื่อเตรียมการซักซ้อมต่อสู้คดี ซึ่งหลังจากนี้ ตนจะเข้าไปดูสำนวนคดีเพื่อให้มีความละเอียดและรัดกุม แต่อย่างไรก็ตามการที่ศาลฯ อนุมัติออกหมายจับให้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพยานหลักฐานที่เพียงพอ และเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง เนื่องจากผลตรวจดีเอ็นเอจากสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจยืนยันแน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตเป็นนายรุทธ์ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพ
สำหรับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ก็เพียงพอที่จะดำเนินคดีผู้ต้องหาในเบื้องต้น 10 คนได้ ถึงแม้ว่า ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรือนายอาร์ต ผู้ต้องหาอีกหนึ่งคนที่ยังหลบหนีอยู่ เพราะตัวการหลักในคดีนี้คือนายสรวีย์ และนางสาวเบญญาภา ส่วนจะมีผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมหรือไม่นั้นยังอยู่ระหว่างการขยายผล

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็ยอมรับว่า ยังมีมูลเหตุอื่นๆที่ยังสงสัยอยู่ ไม่ได้จบแค่ประเด็นของความขัดแย้งเรื่องชู้สาวและปัญหาภายในครอบครัวเนื่องจากพฤติการณ์ของนายสรวีย์ ได้มีการจ้างคนกว่า 10 คน ให้มาร่วมกระทำผิด ซึ่งพฤติการณ์ก็ค่อนข้างน่าเชื่อได้ว่าจะมีมูลเหตุมากกว่าเรื่องชู้สาว แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำขยายผล ซึ่งผู้ต้องหายังคงไม่ให้การในเรื่องของมูลเหตุที่แท้จริง
ส่วนทางด้านพลตำรวจตรี เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า นายสรวีย์ และนางสาวเบญญาภา ยังคงให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงแค่ว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัวเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะมีการสอบปากคำขยายผลเพื่อให้ทราบพฤติการณ์ที่แน่ชัดของแต่ละบุคคลว่ามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง ส่วนรายงานการสืบสวน ที่ออกมาระบุว่า การจ้างวานอุ้มฆาตกรรมครั้งนี้สูงถึง 2,800,000 บาทนั้น ยอมรับว่า พนักงานสอบสวนมีหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินจริง แต่รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงได้

อย่างไรก็ตามทีมข่าวได้ข้อมูลที่น่าสนใจ สำหรับจำนวนเหตุในครั้งนี้ ลูกสาวของหญิงคนหนึ่งที่นายรุทธ์ไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว นำเรื่องดังกล่าวไปบอกแม่บ้าน แล้วแม่บ้านนำไปบอกต่อให้กับนายสรวีย์รับรู้ ทำให้นายสรวีย์รู้สึกโกรธ จึงวางแผนโดยที่มีนางสาวเบญญาภา ช่วยสืบหาว่าผู้ชายคนดังกล่าวเป็นใคร
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน