สุดสลด พ่อวัย 74 ถูกลูกชายป่วยจิต ควงมีดปลายเเหลม จ้วงดับคาบ้าน
ข่าวอาชญากรรม

สุดสลด พ่อวัย 74 ถูกลูกชายป่วยจิต ควงมีดปลายเเหลม จ้วงดับคาบ้าน

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.วัชรพงษ์ ไชยสี สว.(สอบสวน) สภ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร รับแจ้งเหตุชายสูงอายุเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ภายในบ้านพัก หมู่ 6 บ้านหนองชุม ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ชัยบัญชา กองทอง ผกก.สภ.ป่าติ้ว แพทย์เวรโรงพยาบาลป่าติ้ว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม สาขายโสธร จุดป่าติ้ว

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณใต้ต้นมะขามหลังบ้าน พบร่างนายสมเดช อายุ 74 ปี นอนเสียชีวิต สภาพเริ่มแข็ง จากการชันสูตรเบื้องต้นพบมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมหลายแห่งตามร่างกาย อย่างไรก็ตาม ไม่พบคราบเลือดติดตามตัว เนื่องจากมีการอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่เสื้อผ้าชุดเดิมถูกถอดทิ้งไว้บริเวณข้างรั้วบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ

ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายเดวิช อายุ 51 ปี บุตรชายแท้ ๆ ของผู้เสียชีวิต ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน โดยใช้มีดทำครัวปลายแหลมเป็นอาวุธ หลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนี ยังคงนั่งอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางเป็นมีดปลายแหลม

จากการสอบสวนทราบว่า นายเดวิชเป็นผู้ป่วยจิตเวช เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ก่อนย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดกับบิดามารดา แต่ไม่ได้รับการรักษาและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมามักมีปากเสียงและทำร้ายร่างกายผู้เป็นพ่ออยู่เป็นประจำ จนผู้เสียชีวิตไม่กล้านอนที่บ้าน ต้องไปพักบ้านน้องชายซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ทุกเช้าผู้เสียชีวิตจะกลับมารดน้ำผักที่บ้านเป็นประจำ

กระทั่งช่วงเช้าวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 07.00 น. ชาวบ้านได้ยินเสียงทั้งสองทะเลาะกัน แต่ไม่ได้เอะใจ เนื่องจากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ต่อมามีการชกต่อยกัน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเข้าไปหยิบมีดทำครัวออกมาแทงผู้เป็นพ่อหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ทางครอบครัวยังไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยภรรยาผู้เสียชีวิตและลูกชายได้ทำความสะอาดร่างกาย เช็ดคราบเลือด และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้เสียชีวิต ก่อนจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ในเวลาประมาณ 12.00 น. อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป