ช่วยระทึกเด็กหญิง 7 ขวบ เหยื่อพ่อทาสยา ล่วงละเมิด อ้างเมาขาดสติ
ข่าวอาชญากรรม

ช่วยระทึกเด็กหญิง 7 ขวบ เหยื่อพ่อทาสยา ล่วงละเมิด อ้างเมาขาดสติ

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม (พมจ.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครพนม เดินทางไปยังโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เพื่อขอรับตัวเด็กหญิงวัย 7 ขวบ โดยมีคณะครูคอยอำนวยความสะดวก การเข้าช่วยเหลือครั้งนี้สืบเนื่องจากญาติของเด็กได้ร้องเรียนไปยังเพจเฟซบุ๊ก ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ว่าเด็กถูกบิดาแท้ๆ ล่วงละเมิดหลายครั้ง

จากการลงพื้นที่พบว่า เด็กหญิงมีอาการตื่นกลัวคนแปลกหน้า แต่เมื่อทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือก็มีท่าทีคลายความกังวล โดยเด็กเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่อยากกลับบ้าน เพราะไม่รู้จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง นอกจากพ่อจะกระทำการล่วงละเมิดแล้ว เวลาเมาสุรายังทุบตีทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงได้รับตัวเด็กไปดูแลเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูสภาพจิตใจ

ด้านการดำเนินคดี พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครพนม สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม ลงพื้นที่ไปยังบ้านพักเพื่อจับกุมตัวชายวัย 40 ปี ผู้เป็นบิดา โดยพบนางวัย 62 ปี ผู้เป็นย่านั่งอยู่หน้าบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุนอนอยู่ในห้องพักและพยายามจะหลบหนีแต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นภายในห้องพบอุปกรณ์การเสพยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในที่นอน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้าไป 1 เม็ดเมื่อวันก่อน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้ล่วงละเมิดลูกสาว แต่หากมีการกระทำเกิดขึ้นขณะเมาสุรา ก็ยอมรับว่าอาจขาดสติและทำไปโดยไม่รู้ตัว พร้อมระบุว่าจะต้องดูที่พยานหลักฐาน

สำหรับสาเหตุที่เรื่องราวถูกเปิดเผย เนื่องจากญาติของผู้ก่อเหตุเกิดความไม่ไว้วางใจที่เห็นผู้ก่อเหตุชอบพาเด็กหญิงเข้าไปในป่าบ่อยครั้ง ประกอบกับผู้ก่อเหตุมีประวัติใช้ความรุนแรงทุบตีลูกสาวเป็นประจำ ญาติจึงสอบถามเด็กจนทราบความจริงว่าถูกพ่อล่วงละเมิดและขู่ทำร้ายหากไม่ยินยอม จึงตัดสินใจร้องเรียนขอความช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงระบุว่า สงสัยมานานแล้วว่าเหตุใดผู้ก่อเหตุจึงชอบพาลูกสาวเข้าไปในป่า แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว โดยผู้ก่อเหตุมีประวัติเสพยาบ้าจนเกิดอาการหลอนและคลุ้มคลั่ง เคยเข้ารับการบำบัดมาแล้วหลายครั้งแต่ก็กลับมาเสพซ้ำ ส่วนมารดาของเด็กต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด