ตัดตอนขบวนการปลอมลวดเชื่อมยี่ห้อดัง ยึดของกลางกว่า 55,460 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม

ตัดตอนขบวนการปลอมลวดเชื่อมยี่ห้อดัง ยึดของกลางกว่า 55,460 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท

วันที่ 30 มกราคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น-ยึด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้ร่วมกันตรวจค้น โกดังแห่งหนึ่ง หมู่ 6 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

ตรวจยึดจาก นายฐิชิพงศ์ฯ อายุ 55 ปี ดำเนินคดีในฐานความผิด มีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 พร้อมตรวจยึดของกลาง กล่องและบรรจุภัณฑ์ลวดเชื่อมที่ปลอมเครื่องหมายการค้า รวมจำนวน 55,460 ชิ้น มูลค่าความเสียหาย 8,246,000 บาท

สืบเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจ บก.ปอศ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์สินค้า ว่ามีกลุ่มบุคคลได้ตระเวนขายส่งลวดเชื่อม(ลวดสำหรับใช้เชื่อมโลหะ) ที่ปลอมเครื่องหมายการค้า ให้ร้านค้าทั่วไป เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. จึงได้สืบสวนจนพบสถานที่ผลิต กักเก็บสินค้าดังกล่าว และได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้นสถานที่ตรวจค้นดังกล่าว

จากการตรวจค้นพบ กล่องและบรรจุภัณฑ์ลวดเชื่อมที่ปลอม รวมจำนวน 55,460 ชิ้น โดยสถานที่นี้ถูกใช้เป็นสถานที่บรรจุลวดเชื่อมปลอมใส่กล่องและบรรจุภัณฑ์ของกลางที่เตรียมไว้ก่อนนำส่งขายแก่ร้านค้าทั่วไป จึงได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

เตือนภัย การใช้ลวดเชื่อมปลอมจะมีสารเคมี ทองแดง (Cu) และ สังกะสี (Zn) ที่เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจ, ทางเดินอาหาร, ทางผิวหนัง ของผู้ใช้งานเชื่อมโลหะโดยตรง รวมถึงมีผลกระทบต่อชิ้นงานโลหะที่ทำการเชื่อมด้วยลวดเชื่อมปลอม แนวเชื่อมจะไม่ได้คุณภาพ ทำให้พบการแตกร้าวหลังการเชื่อม ซึ่งหากเป็นส่วนโครงสร้างอาคารย่อมส่งผลกระทบต่อเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

อีกทั้งยังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยลดรายได้จากภาษีที่ควรเข้าสู่ระบบรัฐ กระทบต่อผู้ประกอบการและแรงงานไทยที่ทำงานสุจริต ทำลายภาพลักษณ์และบ่อนทำลายความเชื่อมั่นเกี่ยวกับระบบอุตสาหกรรมภายในประเทศ การควบคุมและปราบปรามการจำหน่ายสินค้าปลอมจึงเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องผู้บริโภค เสริมสร้างบรรทัดฐานทางธุรกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าปลอมและร่วมมือกับภาครัฐในการแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่โปร่งใสและยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน