เจ้าของรีสอร์ตเอะใจ ผ่านมาเกือบ 10 วัน สาวโทรมาขอเช่าห้องเดิม แจ้งตำรวจค้น ถึงกับผงะเจอซิมบ็อกซ์  พร้อมอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ซ่อนอยู่ใต้ฝ้า
ข่าวอาชญากรรม

เจ้าของรีสอร์ตเอะใจ ผ่านมาเกือบ 10 วัน สาวโทรมาขอเช่าห้องเดิม แจ้งตำรวจค้น ถึงกับผงะเจอซิมบ็อกซ์ พร้อมอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ซ่อนอยู่ใต้ฝ้า

พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จว.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.หนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวการตรวจยึดเครื่อง SIM BOX จำนวน 3 เครื่อง พร้อมเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต 2 เครื่อง ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ที่ ห้องพัก ไม่มีชื่อใน ม.3 ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

การตรวจยึดครั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 18 ม.ค. 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคาย ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีที่ให้บริการห้องพัก ในม.3 ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ว่ามีวัยรุ่นชายหญิงมาขอเช่าไว้ แต่ไม่มาพักที่ห้องหมายเลข 8 และมีพฤติกรรมแปลก ๆ เนื่องจากมีการนำตัดสายไฟขึ้นไปบนฝ้าเพดานห้องพัก จึงอยากให้ จนท.ตม.จว.หนองคาย ไปตรวจสอบ

หลังได้รับแจ้ง พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จว.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.หนองคาย ได้เดินทางไปตรวจสอบ โดยได้พบกับ นายวีระศักดิ์ อายุ 66 ปี สัญชาติไทย ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ต และเป็นผู้ที่แจ้งข่าว นำการตรวจสอบที่ห้องหมายเลข 8 ซึ่งรีสอร์ตมีห้องพักทั้งหมด 8 ห้อง จากการเข้าตรวจสอบพบว่าภายในห้องพักไม่พบบุคคลที่เข้าพัก สภาพที่นอนเรียบร้อยยังไม่มีการใช้งาน

โดยนายวีระศักดิ์ แจ้งว่าสิ่งผิดปกติที่พบเห็นคือ ผู้เข้าพักได้มีการดัดแปลงสายไฟขึ้นไปยังฝ้าเพดานของห้อง เพื่อใช้ต่อหรือเชื่อมสายไฟกับอุปกรณ์ไฟฟ้า จึงได้ร่วมกันเปิดแผ่นฝ้าเพื่อตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบอุปกรณ์ เครื่อง SIM BOX จำนวน 3 เครื่อง แต่ละเครื่องสามารถใส่ซิมได้ถึง 32 ซิม,เครื่องรับและกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย จำนวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์สาย adaptor จำนวน 3 ตัว และปลั๊กไฟพ่วง จำนวน 1 ตัว ซึ่งมีการต่อสายไฟเพื่อให้เครื่อง SIM BOX สามารถใช้งานได้ เบื้องต้นไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดมาเพื่อทำการตรวจสอบ

จากการสอบถาม เจ้าของรีสอร์ต บอกว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 23.26 น. มีหญิงชาวไทย ไม่ทราบชื่อ ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาเพื่อสอบถามห้องว่าง และได้แจ้งว่ามีห้องพักว่างพร้อมให้บริการ จากนั้นเวลาประมาณ 01.00 น. หญิงคนดังกล่าวขับรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาพร้อมกับชายไม่ทราบชื่อ มาพบเพื่อขอเปิดห้องพัก ตนได้มอบกุญแจห้องหมายเลข 8 ไป หญิงรายดังกล่าวชำระเงินค่าห้องพักโดยการสแกนผ่านแอปฯ เป๋าตัง จำนวน 400 บาท จากนั้นชายและหญิงดังกล่าวได้เข้าไปในห้องพัก โดยที่ตนไม่ได้ตรวจสอบหรือติดตามดูความเคลื่อนไหวของทั้งคู่ หลังจากนั้นไม่มีผู้ใดมาขอเข้าพักต่อ

กระทั่ง วันที่ 18 ม.ค. 2569 ช่วงเช้ามีผู้หญิงโทรศัพท์ติดต่อมาหาตนเพื่อขอเข้าพัก โดยเจาะจงที่ห้องหมายเลข 8 เท่านั้น ตนจึงเอะใจสงสัย ไปเปิดห้องหมายเลขดังกล่าว และพบความผิดปกติบริเวณฝ้าเพดาน โดยคิดว่ามีคนมาแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดหรือไม่ แต่เมื่อเปิดแผ่นฝ้าตรวจสอบ กลับพบอุปกรณ์ดังกล่าวจึงได้แจ้ง จนท.ตม.จว.หนองคาย เพื่อมาตรวจสอบ นำมาสู่การตรวจพบเครื่อง SIM BOX ในที่สุด เจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคาย ได้ทำการตรวจยึดอุปกรณ์ข้างต้นส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ และจะได้รวบรวมข้อมูลบุคคลต้องสงสัย เพื่อขยายผลและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จว.หนองคาย กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้มีการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ในพื้นที่ วันนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ที่ให้บริการที่พักในเขตตัวเมืองหนองคาย ที่พบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมาเช่าแล้วทิ้งห้องไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบเครื่อง SIM BOX จำนวน 3 เครื่อง คาดเป็นของเครือข่ายสแกมเมอร์ลักลอบมาติดตั้งไว้ โดยเครื่อง SIM BOX ที่ติดตั้งนี้มีการเชื่อมต่อกับเครื่องรับและกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ที่จะรับสัญญาณการควบคุมมาจากต่างประเทศ หรือจากจุดอื่น ให้ส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชน ในบริเวณรอบ ๆ พื้นที่ ๆ ติดตั้ง เพื่อทำการหลอกลวงให้ทำธุรกรรมทางออนไลน์โดยการกดลิงก์

ข่าวที่คุณอาจสนใจ