สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบระบบรับแจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.go.th ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าแจ้งความหลังตกเป็นผู้เสียหายจากคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยตรวจสอบพบเคสที่น่าสนใจ เป็นกรณีมีที่มีประชาชนหลายรายตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงหลายรูปแบบแตกต่างกัน แต่มีความเชื่อมโยงเข้ากับบัญชีม้ารายเดียวกัน จำนวน 33 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 17 ล้านบาท
จากการตรวจสอบในระบบ thaipoliceonline พบว่าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหารายดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับคดีออนไลน์ที่มีผู้เสียหายอยู่หลายท้องที่ทั่วประเทศ ทั้ง กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี สิงห์บุรี สุรินทร์ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก มุกดาหาร ภูเก็ต รวมทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของ บช.สอท. อีกหลายคดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการหลอกให้ลงทุน แอบอ้างหน่วยงานรัฐโทรข่มขู่ให้โอนเงินตรวจสอบ และหลอกโอนเงินจองที่พัก
จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวคือ นายณภัสกร อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบมีหมายจับติดตัว จำนวน 5 หมายจับ แต่ยังไม่เคยถูกจับกุมได้ โดยตรวจสอบพบว่าเจ้าตัวถูกศาลออกหมายจับไว้ ดังนี้
1. ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 585/2568 ลงวันที่ 3 ก.ค.68 ของ บก.สอท.5 ความเสียหาย 3,074,212 บาท
2. ศาลจังหวัดรัตนบุรี ที่ 335/2568 ลงวันที่ 19 พ.ย.68 ของ สภ.กระโพ จ.สุรินทร์ ความเสียหาย 26,000 บาท
3. ศาลอาญา ที่ 4426/2568 ลงวันที่ 30 ก.ค.68 ของ สน.บางซื่อ ความเสียหาย 7,999,975 บาท
4. ศาลอาญา ที่ 4688/2567 ลงวันที่ 25 ก.ค.67 ของ สน.ประชาชื่น ความเสียหาย 6,000,000 บาท
5. ศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 452/2567 ลงวันที่ 16 ส.ค.67 ของ สภ.วังน้ำคู้ จ.พิษณุโลก
พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.นพดล บุตรวงษ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 นำกำลังลงพื้นที่สืบสวน จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับมารดา ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กระทั่งสามารถเข้าจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านพักในที่สุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐาน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือ ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อ ตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด และควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถาม เจ้าตัวเปิดเผยว่า เมื่อประมาณปี 2567 ได้มีเพื่อนชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา โดยก่อนเดินทางไปไม่ทราบว่าไปทำงานอะไร แต่พอได้ข้ามไปที่ฝั่งกัมพูชาแล้ว จึงมีคนจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารในราคา 1,500 บาทต่อบัญชี ตนจึงเปิดไป จำนวน 9 บัญชี หลังจากอยู่ที่นั่นได้ประมาณ 15 วัน จึงเดินทางกลับ โดยขณะที่รับทราบข้อกล่าวหา เจ้าตัวยอมรับทั้งน้ำตาว่าตนเองกระทำความผิดจริงและยินดีรับโทษที่ตนเองก่อขึ้น โดยตนเองไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้บัญชีธนาคารไปหลอกลวงประชาชน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้กระทำผิดรายอื่นที่ตรวจพบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำตัวผู้กระความทำผิดและตรวจยึดของกลางที่อาจได้มาจากการกระทำผิด มาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ผู้สื่อข่าวกรุงเทพมหานคร ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน