DSI จับกุมผู้ทำบัญชีร่วมกับบริษัท ใช้ใบกำกับภาษีปลอมมาเครดิตภาษี ทำรัฐเสียหายกว่า 450 ล้านบาท
DSI จับกุมผู้ทำบัญชีร่วมกับบริษัท ใช้ใบกำกับภาษีปลอมมาเครดิตภาษี ทำรัฐเสียหายกว่า 450 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม

DSI จับกุมผู้ทำบัญชีร่วมกับบริษัท ใช้ใบกำกับภาษีปลอมมาเครดิตภาษี ทำรัฐเสียหายกว่า 450 ล้านบาท

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (3 ก.ค. พ.ศ. 2567) ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ภายใต้การอำนวยการของ นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว โดยเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการที่ 2 ได้ร่วมกันจับกุม นายกิจการ (ผู้ต้องหา) ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1304/2567 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม กระทำการใด โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน และเจตนานำใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเครดิตภาษี ตามประมวลรัษฎากร

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณริมถนน แขวงพลับพลา เขตวังทองหลางกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาแล้ว รวมทั้งแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษให้ผู้ต้องหาได้รับทราบ

และบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว (ปท.1) ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 รวมทั้งได้แจ้งพนักงานอัยการผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง (ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร) จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหากลับกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 78/2566 ของกองคดีภาษีอากร โดยนายกิจการฯ (ผู้ต้องหา) เป็นผู้ทำบัญชี ให้กับ บริษัท วราทรัพย์ สตีล 1986 จำกัด ซึ่งได้ใช้ใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายมาขอเครดิตภาษี จากกรมสรรพากร ระหว่างเดือนภาษี เมษายน 2556 - ธันวาคม 2557 รวม 19 กระทง มูลค่าความเสียหาย 449,810,513.00 บาท

โดยก่อนหน้านี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษไปยังพนักงานอัยการ และมีความเห็นควรสั่งฟ้อง แต่นายกิจการฯ (ผู้ต้องหา) ไม่มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัดพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงดำเนินการขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาและได้จับกุมตัวได้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษกองคดีภาษีอากรจึงนำตัวไปส่งตัวยังพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เพื่อนำตัวไปฟ้องต่อศาลอาญาในวันเดียวกัน

ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชาจัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับโดยเฉพาะหมายจับที่ใกล้ขาดอายุความเพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ