วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดวัดพระธาตุหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดหลวงพ่อโต ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จ.อุตรดิตถ์ พุทธศาสนนิกชนจำนวนมากหลั่งไหลกันมากราบไหว้พระพุทธรูปองค์หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดใหญ่หน้าตักกว้าง 3 วา สร้างโดยพระยาโคตรบอง เมื่อปี พ.ศ.1470 มีอายุนับถึงปัจจุบัน 1,099 ปี ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ พร้อมกับทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ยกพระเสี่ยงทาย เขย่าเซียมซี ทำบุญถวายสังฆทานแด่พระภิกษุ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว



ในขณะที่บริเวณลานภายในวัดได้มีการนำลิเกคณะน้องโมสต์ นาฏศิลป์ มาแสดงเพื่อแก้บนถวาย เจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่มีอายุกว่า 300 ปี ความสูงประมาณ 40 เมตร ซึ่งเป็นต้นตะเคียนที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นต้นตะเคียนทองที่มีศักดิ์สิทธิ์มาก มีรุกเทวดา ปกปักษ์รักษาดูแลอยู่ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า เคยมีสายมูจากต่างจังหวัด ฝันว่า ต้นตะเคียนที่วัดแห่งนี้ มีเจ้าแม่ตะเคียนอาศัยอยู่ จึงได้เดินทางมาจากต่างจังหวัดและมาขอโชคลาภแล้วประสบผลสำเร็จได้เงินล้าน จึงเล่าบอกต่อๆกันมา

และก็ได้มีชาวบ้านในพื้นที่และต่างจังหวัดเดินทางมาอธิฐานขอเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน แล้วประสบผลสำเร็จกันจำนวนมาก ก็ได้มากันนำผ้าสีมาผูกที่ต้นตะเคียนทองต่างคนต่างนำผ้าสีมาผูกพอสำเร็จก็นำมาผ้ามาผูกจนมีจำนวนมาก บางรายก็จะมารำแก้บน หรือนำหัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้มบางรายก็นำชุดสไปสีเขียว และนำลิเก มารำถวายแก้บนกันอย่างต่อเนื่อง ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของต้นตะเคียนทอง สายมูมาอธิฐานขออะไรมักสำเร็จ ชาวบ้านและผู้ที่เคยประสบผลสำเร็จจึงได้ร่วมกันจัดสร้าง ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองขึ้น และได้มีการประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญเจ้าแม่ตะเคียนทอง ได้ให้เป็นที่ประทับในศาล และก็ได้มีชาวบ้านและสายมูต่างก็จะมาอธิฐานขอโชคขอลาภ และหน้าที่การงานกันอยู่เป็นประจำ พอประสบผลสำเร็จก็จะมาทำการแก้บนตามที่อธิฐานไว้ และชาวบ้านได้บอกว่า ที่เจ้าแม่ตะเคียนทองท่านชอบ คือชื่นชอบในการดูลิเก

ซึ่งในวันนี้เป็นอีกวันหนึ่ง ในขณะที่บริเวณลานวัดได้มีการรับชมลิเกแก้บนอยู่นั้นได้มีนักท่องเที่ยวสายบุญสายมูได้เดินทางมาจากกำแพงเพรช เพื่อมากราบไหว้หลวงพ่อโตพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุกว่าพันปี พร้อมกับได้เข้ากราบรุขเทวดา เจ้าแม่ตะเคียนทอง ภายในศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองที่มีอายุกว่า 300 ปี ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านในพื้นที่ว่าศักดิ์สิทธิ์

โดยมีการถวายดอกดาวเรือง น้ำแดง อาหารคาว กล้วยน้ำหว้า ส้มเขียวหวาน ทำการสัการะเจ้าแม่แม่ตะเคียนทองภายในศาลตะเคียนทอง พร้อมกับอธิฐานขอโชคกับเจ้าแม่ตะเคียนทอง พร้อมกันนี้ได้มีการจุดธูปเสี่ยงโชค แต่ที่ฮือฮา เมื่อมีการจุดธูปเสี่ยงโชคอยู่นั้น นักท่องเที่ยวสายมูที่จุดธูปอยู่นั้นมือกับสั่น ไม่สามารถควบคุมได้ เหมือนเจ้าแม่ตะเคียนจะเข้าร่าง แต่ก็พยายามจุดธูปให้ไหม้จนได้ ภายหลังจากจุดธูปเสี่ยงโชค ปรากฏเป็นตัวเลข 236 นักท่องเที่ยวสายมูพร้อมคณะและชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดต่างก็พากันมาจดจ้องพร้อมกับถ่ายรูปเพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะมาถึงนี้

คุณภรศศิร์ หรือ คุณศิ ชาวกำแพงเพรช บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นนักท่องเที่ยวสายบุญ ชอบทำบุญมีงานวัดงานบุญที่ไหนก็จะไปที่นั้น และได้ทราบข่าวจากชาวบ้าน เล่ากันว่าที่วัดแห่งนี้ เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มีพระพุทธรูปหลวงพ่อโต ที่สาธุชนและนักท่องเที่ยวเลื่อมใสศรัทธา จึงได้มากราบสักการะและภายในวัดแห่งนี้ ชาวบ้านยังบอกว่า มีต้นตะเคียนทองที่ยังมีชีวิตอยู่ อายุกว่า 300 ปี ที่ศักดิ์สิทธิ์ ขออธิฐานขออะไรมักได้ดังขอ ยิ่งคนที่ไม่เคยมาขอยิ่งจะเห็นผลไว
ตนจึงนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองและเครื่องสักการะมากราบสักการะขอพรพร้อมจุดธูปขอโชคในครั้งนี้ และช่วงที่จุดธูปเสี่ยงโชค ได้เกิดอาการแปลกๆเหมือนมีกระแสพลังงานบางอย่างจะเข้ามาสู่ร่างตน ซึ่งทราบภายในใจของตัวเองแล้วว่าน่าจะเป็นเจ้าแม่ตะเคียนทองแน่นอน จึงพยายามต้านไม่ให้ท่านประทับร่าง เนื่องจากตัวเองตกใจด้วย ตื่นเต้นด้วย จึงใช้จิตพยายามต้านบอกแม่ตะเคียนว่า อย่าเข้าเลยนะแม่ จนเหตุการณ์ปกติและจุดธูปสำเร็จตามได้ตัวเลขตามที่ปรากฏ
ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุตรดิตถ์ รายงาน