การถวายดอกไม้ไหว้พระเป็นธรรมเนียมที่คนไทยปฏิบัติกันมายาวนาน เพื่อแสดงถึงความเคารพ ศรัทธา และความเป็นสิริมงคลในชีวิต อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อโบราณไม่ได้มองแค่ความสวยงามของดอกไม้เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ “ความหมาย” และ “นัยแฝง” ของดอกไม้แต่ละชนิดด้วย เพราะเชื่อว่าบางชนิดอาจนำพาสิ่งไม่ดีเข้ามาในชีวิตได้
8 ดอกไม้ที่ไม่นิยมนำมาไหว้พระ ตามความเชื่อโบราณ
1 ดอกซ่อนกลิ่น
แม้จะมีกลิ่นหอม แต่ในอดีตนิยมใช้ในงานศพ ทำให้ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับความเศร้า การจากลา และสิ่งไม่เป็นมงคล
2 ดอกระกำ
ชื่อพ้องกับคำว่า “ระกำ” ที่หมายถึงความทุกข์ โบราณจึงเชื่อว่าหากนำมาไหว้พระ อาจทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรคและความลำบาก
3 ดอกชบา
แม้สีสันสดใส แต่เคยใช้ในพิธีเกี่ยวกับนักโทษประหาร จึงถูกมองว่าไม่เหมาะกับการถวายพระเพราะสื่อถึงเหตุร้าย
4 ดอกลีลาวดี (ลั่นทม)
แม้ชื่อใหม่จะไพเราะขึ้น แต่ชื่อเดิม “ลั่นทม” พ้องกับคำว่า “ระทม” ทำให้คนโบราณยังเชื่อว่าสื่อถึงความโศกเศร้า
5 ดอกกุหลาบที่มีหนาม
หนามแหลมเปรียบเสมือนอุปสรรคหรือปัญหา หากจะใช้ควรเด็ดหนามออกก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความหมายเชิงลบ
6 ดอกงิ้ว
ในคติความเชื่อเกี่ยวโยงกับการผิดศีลธรรม จึงไม่นิยมนำมาใช้ในทางบุญหรือการบูชาพระ
7 ดอกพุดตาน
มีลักษณะเปลี่ยนสีในวันเดียว สื่อถึงความไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลงง่าย จึงไม่ถือเป็นมงคลในบางความเชื่อ
8 ดอกบานไม่รู้โรย
แม้ชื่อดูดี แต่ในบางความเชื่อเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ จึงมักหลีกเลี่ยงในการถวายพระ
คำแนะนำ
หากต้องการความเป็นสิริมงคล นิยมเลือกดอกไม้ที่มีความหมายดี เช่น ดอกดาวเรือง (ความเจริญรุ่งเรือง) หรือดอกมะลิ (ความบริสุทธิ์) จะช่วยเสริมความรู้สึกสบายใจมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเหล่านี้เป็นเพียงคติของคนโบราณ สิ่งสำคัญที่สุดในการไหว้พระยังคงอยู่ที่ “ความตั้งใจและศรัทธา” ของผู้ถวายเป็นหลัก