เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้จับกุมนายเอ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ในข้อหาลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณใต้สะพานต่างระดับถนนเลี่ยงเมืองสระบุรี จ.สระบุรี หลังเจ้าหน้าที่เร่งติดตามจากเหตุการณ์ฉกสายไฟป้ายบอกทางอัจฉริยะ

สืบเนื่องจากตำรวจทางหลวงสระบุรีได้ร่วมกับแขวงทางหลวงสระบุรี วางมาตรการป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมทรัพย์สินของกรมทางหลวงอย่างเข้มงวด ต่อมาศูนย์ควบคุมระบบบริหารจัดการการใช้ช่องจราจรบนทางหลวง (LMS) ได้แจ้งว่ากล้องวงจรปิดตรวจพบชายต้องสงสัยปีนขึ้นไปก่อเหตุลักสายไฟบริเวณป้ายบอกทางอัจฉริยะ ริมถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) กม.25 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบผู้ก่อเหตุที่คาดว่าหลบหนีไปก่อนหน้า จึงได้ประสานและสั่งการให้รถวิทยุตรวจการณ์เร่งติดตามจับกุม พร้อมตรวจสอบความเสียหายของทรัพย์สินบริเวณป้ายอัจฉริยะดังกล่าว พบสายไฟ THW IEC 01 1×16 sq.mm (PHELPS DODGE )G ความยาวประมาณ 27 เมตร ท่อ IMC 1/2 และอุปกรณ์อื่นๆ ได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,366 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสระบุรีจึงได้ออกติดตามคนร้ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบชายต้องสงสัย คือ นายเอ อายุ 43 ปี กำลังเดินอยู่ริมถนนสาธารณะภายในหมู่บ้านซับบอน หมู่ที่ 5 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งมีลักษณะการแต่งกายตรงตามที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น และพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุหลายรายการ เช่น ประแจบล็อก ตะไบ ไขควง คีม และค้อนหงอน อยู่ภายในถุงผ้าสีขาวลายหัวนกสีแดง ซึ่งเป็นของกลางที่ตรวจยึดได้

นายเอ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าพักอาศัยอยู่ในเพิงพักไม่มีเลขที่ริมเขาหลังวัดซับบอน และในวันเกิดเหตุ ตนได้ปีนขึ้นไปบนป้ายบอกทางอัจฉริยะ เพื่อดึงท่อสายไฟตรงข้อต่อให้หลุดออก จากนั้นตัดสายไฟภายในท่อ ก่อนจะปีนลงมาดึงสายไฟจากด้านล่าง เมื่อได้สายไฟแล้วได้วิ่งข้ามถนนหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะ และนำสายไฟไปขายให้กับรถรับซื้อของเก่าที่วิ่งผ่านมาบนถนนมิตรภาพ ได้เงินมา 146 บาท
จากการตรวจสอบประวัติ พบว่านายเอ เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2568 และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นานก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้งในคราวนี้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป