รวบหนุ่มสายขน ไม่รอดเพราะกลิ่นมันฟ้อง สงสัยแม็คไลเนอร์นูนผิดปกติ เปิดดูก็ตะลึงแล้ว รื้อทั้งคันพบซุกยาบ้าเฉียด 300,000 เม็ด
รวบหนุ่มสายขน ไม่รอดเพราะกลิ่นมันฟ้อง สงสัยแม็คไลเนอร์นูนผิดปกติ เปิดดูก็ตะลึงแล้ว รื้อทั้งคันพบซุกยาบ้าเฉียด 300,000 เม็ด
ข่าวสังคม - โซเชียล

รวบหนุ่มสายขน ไม่รอดเพราะกลิ่นมันฟ้อง สงสัยแม็คไลเนอร์นูนผิดปกติ เปิดดูก็ตะลึงแล้ว รื้อทั้งคันพบซุกยาบ้าเฉียด 300,000 เม็ด

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. และคณะ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.) นำโดย พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ร่วมกันจับกุม นายเอ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางสำคัญประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) บรรจุในห่อและมัดหลายขนาด รวมจำนวนประมาณ 294,000 เม็ด, รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา จำนวน 1 คัน ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการลำเลียงของกลาง และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ OPPO Reno สีเขียว จำนวน 1 เครื่อง สถานที่จับกุมเกิดขึ้นบริเวณริมถนนพระราม 2 (ทล.35) หลักกิโลเมตรที่ 51 ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

สำหรับพฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงขณะออกปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบนถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก มุ่งหน้าภาคใต้ ได้พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีเทา ขับขี่โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ เมื่อเข้าตรวจสอบพบผู้ขับขี่มีท่าทีพิรุธผิดสังเกต ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้กลิ่นคล้ายสารเสพติดภายในห้องโดยสาร และสังเกตเห็นว่าพื้นปูกระบะท้ายมีลักษณะนูนสูงผิดปกติ จึงทำการเปิดตรวจสอบ และพบห่อวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายใน

จากการสุ่มเปิดตรวจพบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในเบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าเป็นยาบ้าประมาณ 8,000 เม็ด แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงควบคุมตัวพร้อมนำรถยนต์ไปตรวจค้นอย่างละเอียด ณ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบางโทรัด ผลการตรวจค้นอย่างละเอียดพบของกลางยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์รวม 7 จุด ดังนี้ ใต้พื้นปูกระบะท้ายจำนวนประมาณ 74,000 เม็ด, บริเวณฝาปิดท้ายกระบะจำนวนประมาณ 60,000 เม็ด, ช่องประตูหลังด้านซ้ายจำนวนประมาณ 42,000 เม็ด, ช่องประตูหลังด้านขวาจำนวนประมาณ 44,000 เม็ด, ช่องประตูหน้าด้านขวาฝั่งคนขับจำนวนประมาณ 8,000 เม็ด, คอนโซลกลางระหว่างเบาะคู่หน้าจำนวนประมาณ 52,000 เม็ด และใต้ผ้าเพดานหลังคาด้านขวาของรถยนต์จำนวนประมาณ 14,000 เม็ด รวมของกลางยาเสพติดทั้งสิ้นประมาณ 294,000 เม็ด

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากบุคคลที่ใช้นามว่า นายโมบิล ผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ให้ทำหน้าที่ลักลอบลำเลียงของกลางจากกรุงเทพมหานครไปส่งมอบให้เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง โดยตกลงค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 150,000 บาท และได้รับเงินมัดจำล่วงหน้าจำนวน 80,000 บาท ก่อนเกิดเหตุได้นำรถยนต์ไปจอดไว้ตามจุดนัดหมายย่านรามคำแหง เพื่อให้เครือข่ายนำยาเสพติดมาซุกซ่อนตามจุดต่าง ๆ ภายในรถยนต์ จากนั้นได้ขับรถออกเดินทางโดยมีรถยนต์อีกคันขับนำทาง กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกัดจับกุมได้ในที่สุด โดยปลายทางคือจังหวัดนราธิวาส

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางโทรัด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ