เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผู้บังคับการกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สารวัตร กก.1 บก.ปพ. พร้อมกำลังตำรวจ กก.1 บก.ปพ. จับกุม นายเอ (นามสมติ) อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.1427/2569 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ในข้อหา ลักทรัพย์เป็นของนายจ้างในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

การจับกุมมีขึ้นบริเวณริมถนนภายในซอยคุ้มเกล้า 48 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสุดท้ายในคดีได้สำเร็จ
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ดูแลสโตร์ของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตรวจพบว่าสายไฟที่เตรียมจัดส่งให้ลูกค้าสูญหาย จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง กระทั่งพบว่าเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มทำงานล่วงเวลา (OT) นายเอ ซึ่งเป็นพนักงานขับรถโมบายเครนของบริษัท ได้ขับรถเข้ามาปฏิบัติงานตามปกติ ก่อนเดินเข้าไปเปิดโกดังเก็บอุปกรณ์และทรัพย์สินมูลค่าสูง แล้วลักลอบนำสายไฟขนาด 1x70 ความยาวประมาณ 149 เมตร และสายไฟขนาด 1x120 ความยาวประมาณ 115 เมตร ขึ้นรถเครนที่ตนรับผิดชอบ ก่อนขับออกจากบริษัท

ภายหลังบริษัทนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเข้าสอบถาม นายเอ ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลักแสนบาท จึงรวบรวมพยานหลักฐานและคลิปวิดีโอส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้เร่งติดตามตัวนายเอ อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันอีก 2 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน จังหวัดนครปฐม จับกุมได้แล้ว เหลือเพียงนายเอ ที่หลบหนี กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่เขตลาดกระบัง ขณะกำลังขับรถเครนของบริษัทแห่งหนึ่ง หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายเอ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป