วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาพอากาศและประเมินปัจจัยเสี่ยงร่วมกับประกาศของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฉบับที่ 1 (47/2569) เรื่องฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ซึ่งระบุว่าในช่วงวันที่ 3-7 สิงหาคม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ของภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มขึ้น และบางแห่งอาจเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก
ขณะเดียวกัน คลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ส่งผลให้มีความเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม
สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม มีทั้งหมด 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง มี 3 จังหวัด ได้แก่
1.ระนอง ครอบคลุมอำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ และกะเปอร์
2.พังงา ครอบคลุมอำเภอเกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และคุระบุรี
3.รวมถึงจังหวัดภูเก็ตทุกอำเภอ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา และเขต 18 ภูเก็ต ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือ โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเตรียมทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ ได้กำชับให้สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตกและถ้ำลอด หากพบว่ามีความเสี่ยงเกิดอันตราย ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าใช้งาน ขณะที่บริเวณชายฝั่งทะเลซึ่งมีคลื่นลมแรง ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือจัดตั้งสัญญาณเตือน ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ พร้อมแจ้งเตือนชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ
หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้พิจารณาสั่งห้ามเดินเรือโดยเด็ดขาด พร้อมมอบหมายให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตจัดตั้ง War Room ระดับพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับการอพยพ โดยจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอ ทั้งนี้ หากมีการประกาศแจ้งเตือนภัย ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด โดยสามารถติดตามข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน THA DISASTER ALERT แจ้งเหตุผ่านไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 หรือโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานการช่วยเหลือต่อไป