จากกรณีเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุ ด.ช.เอ (นามสมมติ) นักเรียนชายวัย 14 ปี ตกจากที่สูงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านอำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบางกรวย และทำการรักษาปฐมพยาบาล เบื้องต้น และส่งตัวเข้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ล่าสุด วันนี้ (2 ส.ค. 69) น้องเอ ได้เสียชีวิตลงแล้วเนื่องจากมีภาวะเลือดออกในสมอง ขณะที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ ซึ่งทางแม่และพ่อของน้องเอ ได้รับร่างของลูกชายมาตั้งสวดบำเพ็ญกุศลทำพิธีทางศาสนาที่วัดใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านเกิด
ทางเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว กล่าวว่า มีโยมที่รู้จักกันมาขอความอนุเคราะห์ให้เอารถของหลวงพ่อไปรับน้องเอที่โรงบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งหลวงพ่อได้ดูข่าวและทราบเรื่องราวของเคสนี้ ทางหลวงพ่อก็ดำเนินการให้ลูกศิษย์ไปดูแลรับส่งเรียบร้อย ขอแสดงความเสียใจกับญาติของน้องเอด้วย เพราะน้องเออายุแค่ 14 ปี และยังได้ยินมาว่าเป็นมือกลองดุริยางค์ของโรงเรียนด้วย อยากฝากเตือนเด็ก ๆ ว่าอย่าประมาท การเดินบนหลังคากระเบื้องอาจรับอันตรายกระเบื้องแตกหักเอาได้

ขณะที่แม่ของน้องเอ กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุ ครูที่ปรึกษาได้โทรศัพท์มาบอกว่า น้องเอประสบอุบัติเหตุ เบื้องต้นที่แจ้งคือมีศีรษะแตก ตนก็คิดว่าน้องไม่น่าจะเป็นอะไรมาก ตนก็ถามครูว่าประสบอุบัติเหตุแบบไหนทำไมถึงหัวแตก ครูก็บอกว่าน้องเอตกจากอาคารเรียน ตนตกใจมากคิดว่าตกจากชั้นที่เรียนเพราะค่อนข้างสูง ไม่คิดว่าตกตรงหอประชุม ตนก็ถามอีกว่าตอนนี้น้องมีสติหรือไม่ครูก็ตอบมาว่ามีสติแต่มีอาการคล้ายจะหลับ ตนจึงขอให้รีบส่งน้องเอไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้เลย

ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้รถพยาบาลของโรงพยาบาลบางกรวยมารับไป แต่ทางโรงพยาบาลไม่มีเลือดสำรอง เพราะน้องมีเลือดออกที่สมอง จึงต้องส่งต่อมาที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งน้องเสียเลือดเยอะมากจึงจำเป็นต้องผ่าตัด แต่ไม่สามารถผ่าตัดได้เพราะว่าน้องเอไม่มีสติ ไม่รู้สึกตัว ทางเราก็พยายามประคองให้น้องเอรู้สึกตัวให้ได้จนวันสุดท้ายที่ไม่ไหว เห็นลูกชายสู้จนไม่ไหวแล้ว ตนและครอบครัวจึงตัดสินใจเซ็นยุติการรักษา
ทางด้านพ่อของน้องเอ กล่าวว่า ขอบคุณทางหลวงพ่อที่เมตตามอบโลงศพให้ และส่งศพลูกของตนให้มาถึงตรงนี้ พ่อเสียใจมาก หากชาติหน้ามีจริงขอให้ลูกเกิดมาเป็นลูกพ่ออีกครั้ง และไม่ต้องห่วงพ่อแม่และน้อง พ่อจะดูแลให้ดีที่สุด พ่อรักหนูที่สุดแต่หนูจากพ่อไปเร็วเกินไป