วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ความคืบหน้ากรณีชายชาวต่างชาติใช้น้ำกรดสาดหน้าคนดูแลหอพักได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าพรเฮ้าส์ ซอยอรุโณทัย 2 พัทยากลาง หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังไม่พอใจที่มาตามหาหญิงไทยแล้วไม่พบตัว ก่อนก่อเหตุทำร้ายคนดูแลหอพักด้วยการสาดน้ำกรดใส่บริเวณใบหน้าและร่างกาย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. พบว่าบริเวณที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทจนลุกลามเป็นการใช้น้ำกรดสาดใส่คนดูแลหอพัก ยังคงมีร่องรอยความเสียหายให้เห็น โดยพบหมอนรองนั่งและพรมเช็ดเท้าถูกสารเคมีกัดจนเกิดรอยไหม้เป็นจุดเล็ก ๆ หลายแห่ง
นางสาวโรส อายุ 33 ปี ผู้พักอาศัยในหอพักดังกล่าว เปิดเผยว่า ช่วงค่ำของวันเกิดเหตุเห็นชายชาวต่างชาติสวมหมวกแก๊ปและเสื้อคลุมแขนยาว เดินเคาะประตูห้องพักตั้งแต่ชั้นบนลงมาชั้นล่าง โดยเข้ามาก่อกวนถึง 2 รอบ กระทั่งรอบที่ 2 ตนจึงเปิดประตูออกมาดูและพบว่าชายคนดังกล่าวกำลังเดินเคาะประตูทีละห้อง ขณะที่ผู้บาดเจ็บเดินตามอยู่ด้านหลัง
ในเวลานั้น ผู้บาดเจ็บได้บอกกับตนว่าชายชาวต่างชาติรายดังกล่าวไม่ใช่ลูกค้าของหอพัก ตนจึงพูดภาษาอังกฤษไล่ให้ออกไปด้านล่าง จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้บาดเจ็บร้องด้วยความเจ็บปวด จึงรีบลงไปดูและพบว่าถูกสารเคมีบางอย่างสาดเข้าที่ใบหน้า จนมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างหนัก ก่อนจะรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือ
มีพลเมืองดีขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเข้ามาแจ้งเบาะแสว่า พบผู้ก่อเหตุกำลังมีปากเสียงกับหญิงไทยภายในซอยเฉลิมพระเกียรติ 19 ใกล้ย่านซอยบัวขาว พัทยากลาง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ทีมข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบทันที
เมื่อไปถึง พบชายชาวต่างชาติซึ่งมีลักษณะตรงกับผู้ก่อเหตุ กำลังยืนโต้เถียงกับหญิงไทยอยู่ภายในร้านขายข้าวแกงใต้ จึงเข้าไปสอบถาม พบว่าชายคนดังกล่าวพยายามทวงเงินและหนังสือเดินทางคืนจากหญิงไทย จนเกิดการโต้เถียงอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบ ก่อนจะสามารถควบคุมตัวชายชาวต่างชาติรายดังกล่าวไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ชาวอังกฤษ ส่วนหญิงไทยที่อยู่ในเหตุการณ์ ทราบชื่อคือ นางสาวสุปราณี อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ
นายเอ (นามสมมติ) ซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนขาดสติ พูดจาโวยวายใส่นางสาวสุปราณี พร้อมเรียกร้องให้นำเงินและหนังสือเดินทางมาคืน เพราะต้องการเดินทางกลับประเทศ โดยอ้างว่าได้เดินทางไปตามหานางสาวสุปราณีและเพื่อนสาวประเภทสอง ซึ่งเป็นเพื่อนของเธอ เนื่องจากทั้งสองคนเก็บหนังสือเดินทางของตนไว้และไม่ยอมคืน
นายเอ (นามสมมติ) ระบุอีกว่า ทั้งคู่เคยพาตนมาเปิดห้องพักที่หอพักแห่งดังกล่าว จึงเดินทางไปตามหาที่นั่น และพยายามเคาะประตูทุกห้องเพื่อหวังจะพบตัว แต่คนดูแลหอพักเข้ามาไล่ออกจากพื้นที่ พร้อมใช้อีโต้ไล่ฟัน ตนจึงหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บริเวณนั้นขึ้นมาสาดใส่ผู้บาดเจ็บ โดยไม่ทราบว่าภายในแก้วเป็นสารชนิดใด ยืนยันว่าทำไปเพื่อป้องกันตัว และไม่ได้มีเจตนาทำร้าย อีกทั้งคิดว่าสิ่งที่อยู่ในแก้วน่าจะเป็นเพียงน้ำยาล้างห้องน้ำเท่านั้น
ด้านนางสาวสุปราณี ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า คบหากับนายเอ (นามสมมติ) มาได้ประมาณ 5 เดือน ตลอดระยะเวลาที่คบกัน ฝ่ายชายมักมีอารมณ์รุนแรง ชอบทำลายข้าวของและทุบโทรศัพท์จนเสียหายไปหลายเครื่อง ต่อมานายริชาร์ดทำหนังสือเดินทางหาย แต่ตนเป็นผู้ช่วยตามหาจนพบ จึงเก็บรักษาไว้ให้
ก่อนเกิดเหตุ ตนและเพื่อนสาวประเภทสองมีปากเสียงกับนายเอ (นามสมมติ) เนื่องจากอีกฝ่ายมีอาการมึนเมาและสร้างความเดือดร้อนรำคาญอยู่เป็นประจำ ทั้งคู่จึงตัดสินใจแยกตัวและหลบหนี ทำให้นายริชาร์ดเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ออกตามหาตัว ก่อนจะไปก่อเหตุทำร้ายคนดูแลหอพักดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายเอ (นามสมมติ) ไปทำประวัติ และตรวจสอบพบว่าอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดอนุญาต หรือโอเวอร์สเตย์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 จึงเตรียมดำเนินคดีในข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างประสานญาติให้เดินทางเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกันายเอ (นามสมมติ) ตามกฎหมายต่อไป