ชาวบ้านชายแดนคืนถิ่นทำกินริมถนนศรีเพ็ญ หลังทหารไทยเจรจากัมพูชาถอยร่น 300 เมตร
ชาวบ้านชายแดนคืนถิ่นทำกินริมถนนศรีเพ็ญ หลังทหารไทยเจรจากัมพูชาถอยร่น 300 เมตร
ข่าวภูมิภาค

ชาวบ้านชายแดนคืนถิ่นทำกินริมถนนศรีเพ็ญ หลังทหารไทยเจรจากัมพูชาถอยร่น 300 เมตร

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณถนนศรีเพ็ญ พื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าเริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยได้เจรจากับฝ่ายทหารกัมพูชา จนสามารถตกลงร่วมกันได้ และฝ่ายกัมพูชายอมถอยร่นกำลังออกจากจุดปัญหาประมาณ 300 เมตร ส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงในระดับหนึ่ง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้า ชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่ต่างทยอยเดินทางกลับเข้าพื้นที่ทำกินบริเวณริมถนนศรีเพ็ญกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมเพาะปลูกในฤดูกาลทำนาที่กำลังจะมาถึง หลายรายนำรถไถ ถังพ่นยา และอุปกรณ์ทางการเกษตรเข้ามาปรับพื้นที่ บางรายนำวัวเข้ามาปล่อยกินหญ้าตามแนวพื้นที่เกษตรเหมือนเช่นในอดีต ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ยังคงตรึงกำลังลาดตระเวนตลอดแนวชายแดน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

นายสิงห์ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ที่กำลังเตรียมพื้นที่เพาะปลูก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากมีการพูดคุยระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ทำให้ชาวบ้านรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้หลายคนไม่กล้าเข้าพื้นที่เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย นายสิงห์กล่าวว่า แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ชาวบ้านจำนวนมากก็ยังไม่สามารถไว้วางใจฝ่ายกัมพูชาได้ทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาเกิดเหตุเผชิญหน้าหลายครั้ง จึงยังต้องอาศัยการดูแลของเจ้าหน้าที่ทหารไทยอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า “ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ เพราะทหารไทยยังลงมาดูแลชาวบ้านตลอดแนวชายแดน ทำให้เรากล้ากลับมาทำไร่ทำนา แต่ก็ยังต้องระวังตัว เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนอีกเมื่อไหร่”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดแนวถนนศรีเพ็ญ ยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารไทยคอยเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีการกระจายกำลังตามจุดสำคัญ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนที่กลับเข้าพื้นที่ทำกิน ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังได้พูดคุยกับ นายสมหมาย วงศ์ชาชม อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวบ้านที่เคยเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา ระหว่างเข้าไปปรับพื้นที่การเกษตรของตนเอง ก่อนที่จะมีการเจรจาระหว่างสองฝ่าย

นายสมหมาย เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในวันดังกล่าวว่า ขณะกำลังนำรถไถเข้าไปปรับพื้นที่นา ได้พบกับทหารกัมพูชาเข้ามายืนสังเกตการณ์บริเวณแนวลวดหนามใกล้พื้นที่ทำกิน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเกิดความกังวล แม้จะไม่มีการใช้อาวุธหรือการเผชิญหน้าอย่างรุนแรงก็ตาม แต่บรรยากาศในขณะนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยกล่าวว่า “ตอนนั้นก็ไม่ได้ตกใจมาก แต่ยอมรับว่าบรรยากาศมันกดดัน เพราะเห็นทหารมายืนดูอยู่ใกล้ ๆ ชาวบ้านบางคนก็เริ่มกลัว ครอบครัวก็เป็นห่วง แต่เราก็ยังต้องทำกิน”

นายสมหมาย เปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับการทำเกษตรในพื้นที่แนวชายแดน โดยฝ่ายกัมพูชาระบุว่า ขอให้ชะลอการไถพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อรอการตกลงร่วมกัน แต่ชาวบ้านไทยจำนวนมากยังยืนยันที่จะทำกินในพื้นที่เดิมของตนเอง เพราะใช้พื้นที่ดังกล่าวมานานหลายสิบปี นอกจากนี้ นายสมหมายยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้หลังการเจรจา ฝ่ายกัมพูชาจะยอมถอยร่นออกไป แต่กลับยังไม่อนุญาตให้ประชาชนของตนเข้ามาทำการเกษตรในพื้นที่เหมือนที่ผ่านมา ขณะที่ฝั่งไทยสามารถกลับเข้ามาทำกินได้ตามปกติ จึงทำให้หลายคนในพื้นที่มองว่าอาจมีนัยยะบางอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนในอนาคต โดยนายสมหมายแสดงความวิตกกังวลว่า อาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร หรือวางสิ่งกีดขวางในพื้นที่ทำกิน ซึ่งอาจส่งผลให้ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปเก็บเกี่ยวผลผลิตของตนเองได้

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารไทยยังคงตรึงกำลังและลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งซ้ำอีกครั้ง และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ ทีมข่าวจังหวัดสระแก้ว รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ