เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้แถลงข่าวกรณีเกิดเหตุรถกระบะประสบอุบัติเหตุพุ่งชนคณะพระธุดงค์ ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพเบื้องต้น 8 รูป และได้รับบาดเจ็บอีก 12 รูป
ในส่วนของการเยียวยาผู้ประสบเหตุ เบื้องต้นได้รับรายงานว่ารถกระบะคันที่เกิดเหตุมีประกันภัยที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมวงเงินคุ้มครองประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พระภิกษุที่มรณภาพจะได้รับความคุ้มครอง 5 แสนบาทต่อรูป สำหรับพระภิกษุและฆราวาสที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับความคุ้มครอง 8 หมื่นบาทต่อรูป พร้อมค่ารักษาพยาบาลตามจริง
ด้านเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติผู้มรณภาพ พร้อมระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครปรารถนาให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ จากการสอบถามพระภิกษุที่เป็นเจ้าของโครงการธุดงค์ ทราบว่าคณะพระธุดงค์ได้เดินจาริกอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย ซึ่งระบุให้พระธุดงค์เดินสวนทางกับการจราจร เพื่อให้สามารถมองเห็นและระมัดระวังรถยนต์ได้
ขณะเกิดเหตุ พระภิกษุ 4 รูปแรกได้เห็นรถกระบะเสียหลัก จึงได้ส่งเสียงเตือนพระภิกษุที่อยู่ด้านหลัง ทำให้พระภิกษุ 5 รูปแรกสามารถหลบหลีกได้ทัน อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงรูปที่ 6 รถได้พุ่งเข้าชน เนื่องจากคณะพระธุดงค์เดินเรียงหนึ่ง ซึ่งเป็นปกติของการจาริก และเดินห่างจากเส้นทึบของช่องทางจราจรทางรถจักรยานยนต์ประมาณ 2 เมตร ริมถนนด้านในสุด แต่รถยนต์ได้วิ่งมาด้วยความเร็วและเสียหลัก จึงเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะพระธุดงค์ประกอบด้วยพระภิกษุ 35 รูป และฆราวาส 5 รูป รวมทั้งหมด 40 คน โดยมีพระภิกษุเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 รูป และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 3 รูป รวมเป็น 8 รูป ขณะนี้มีพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บอาการรุนแรง 4 รูป และบาดเจ็บปานกลาง 10 รูป โดยมี 2 รูปที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดม้ามแตก และบางรูปมีกระดูกหัก
ล่าสุด เมื่อเวลา 17.50 น. เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร ได้รายงานสถานการณ์เพิ่มเติมว่า มีผู้มรณภาพเพิ่มขึ้นอีก 1 รูป จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ยอดรวมผู้มรณภาพเป็น 9 รูป ทราบชื่อคือ พระสุระศักดิ์ ปิ่นละออ
เบื้องต้น จังหวัดมุกดาหารได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานขึ้นที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร เพื่อเร่งตรวจสอบข้อมูลรายชื่อผู้บาดเจ็บและผู้มรณภาพ พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งหมดอย่างเต็มที่