สกัดจับขบวนการขนต่างด้าว 3 คันรวด อัดเต็มรถ รวม 23 ราย ใช้รถเก๋งทั่วไปสภาพใหม่ดูดี ติดฟิล์มทึบอำพลาง
สกัดจับขบวนการขนต่างด้าว 3 คันรวด  อัดเต็มรถ รวม 23 ราย ใช้รถเก๋งทั่วไปสภาพใหม่ดูดี ติดฟิล์มทึบอำพลาง
ข่าวอาชญากรรม

สกัดจับขบวนการขนต่างด้าว 3 คันรวด อัดเต็มรถ รวม 23 ราย ใช้รถเก๋งทั่วไปสภาพใหม่ดูดี ติดฟิล์มทึบอำพลาง

ฟังข่าวนี้

วันที่ 14 ก.ค. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง ผกก.1 บก.ทล.

สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.๑ บก.ทล.(อยุธยา) นำโดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ, ร.ต.อ.คมสันติ์ วรทรัพย์ รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ปรวัฒน์ กนกทอง รอง สว.(ป.)ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ด.ต.วิบูลย์ วุ่นหนู, ด.ต.เจษฎา นววิศิษฎ์กุล, ส.ต.อ.ภูชิต จินายน ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา นำโดย ร.ต.ต.สิทธิชัย ศรีรัตนเพียร รอง สว.(สส.)ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๑ บก.สส.สตม. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.๑ บก.สส.สตม. สั่งการให้ ร.ต.อ.วิจารย์ แก้ววิเศษ รอง สว.กก.๑ บก.สส.สตม., จ.ส.ต.ธชาทัช พบศิลา ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. นำโดย พ.ต.ต.บัญชา ศรีตัญญู สว.กก.2 บก.ปทส., ร.ต.ต.ศักดา สถานพงษ์,ร.ต.ต.สินธ์ สุขทอง รอง (ป.)กก.2 บก.ปทส.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๑ บก.สส.สตม. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.๑ บก.สส.สตม. สั่งการให้ ร.ต.อ.วิจารย์ แก้ววิเศษ รอง สว.กก.๑ บก.สส.สตม., ว่าที่ ร.ต.ท.ชูศักดิ์ ภู่อุ่น รอง สว.(สส) กก.๑บก.สส.สตม., ด.ต.นัฐพงศ์ รัตนา, จ.ส.ต.ธชาทัช พบศิลา ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกันจับกุม นาย ศุภชัยฯ อายุ 28 ปี สัญชาติไทย ผู้ถูกจับที่ 1 โดยกล่าวหาว่า รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ผู้ถูกจับที่ 2 - 23 เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 22 ราย โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมด้วยของกลาง      

1.รถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA CAMRY สีขาว จำนวน 1 คัน

2.โทรศัพท์ยี่ห้อ OPPO สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง

3.กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก

4.รถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA YARIS ATIV สีเทา จำนวน 1 คัน

5.โทรศัพท์ยี่ห้อ IPHONE 7Plus สีชมพู 1 เครื่อง

6.กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก

7.รถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA YARIS ATIV สีขาว จำนวน 1 คัน

8.โทรศัพท์ยี่ห้อ IPHONE 15Promax จำนวน 1 เครื่อง

9.กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก

สามารถจับกุมได้ที่บริเวณ กม.56-57 ถนนพหลโยธินขาเข้า ทล.1 ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก การบูรณาการร่วมกันของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มีการสืบสวนจับกุมบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และพระนครศรีอยุธยา  จากการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยร่วมปฏิบัติการ ทราบว่าจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานกลุ่มใหญ่ จากพื้นที่จังหวัดสระบุรีไปยังพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยาประกอบกำลัง เพื่อปฏิบัติการสกัดรถต้องสงสัย

ขณะลงพื้นที่เฝ้าระวังที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ขบวนการนี้ใช้ในการเดินทาง พบรถยนต์ต้องสงสัยและสังเกตเห็นการขับตามกันเป็นขบวน จำนวน 3 คัน ทั้งหมดติดฟิล์มทึบ และสังเกตเห็นการบรรทุกที่มีน้ำหนักมากผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงทำการสกัดกั้น เพื่อทำการตรวจสอบ จากการการตรวจสอบรถทั้ง 3 คัน พบต่างด้าวสัญชาติเมียนมา อัดมาแน่นเต็มคันรถทั้ง 3 คัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดทราบ ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การเบื้องต้น โดยคันที่ 1 รถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA CAMRY สีขาว มีต่างด้าวพร้อมคนขับ รวม 8 ราย ซึ่งคนขับเป็นคนไทย จากการสอบถามเบื้องต้น คนขับให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ตนได้รับการประสานงานจากชายไทยชื่อนายสันติ แซ่ว่าง ซึ่งเป็นเพื่อนกับตนให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 7 คน ในพื้นที่ จ.สระบุรี เพื่อไปส่งปลายทาง พื้นที่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้ค่าจ้างจำนวน 1,500 บาทต่อครั้ง และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใด ๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทาง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ

จากการสอบถามต่างด้าว ให้การยอมรับผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาว่า ได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่ง เมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานใน ประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 15,000 - 20,000 บาท และรับว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม คันที่ 2 รถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA YARIS ATIV สีเทา มีต่างด้าวพร้อมคนขับ รวม 6 ราย

จากการสอบถามคนขับ ให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ตนได้รับการประสานงานจากเพื่อนของตนให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 5 คน ในพื้นที่ จ.สระบุรี เพื่อไปส่งปลายทาง เพื่อไปส่งปลายทาง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้ค่าจ้างจำนวน 1,500 บาทต่อครั้ง และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆและยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทาง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ

จากการสอบถามต่างด้าว ให้การยอมรับผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาว่า ได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 15,000 - 20,000 บาท และรับว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม คันที่ 3 รถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA YARIS ATIV สีขาว มีต่างด้าวพร้อมคนขับ รวม 9 ราย

จากการสอบถามคนขับ ให้การยอมรับ ว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ตนได้รับการประสานงานจากเพื่อนของตนให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 8 คน ในพื้นที่ จ.สระบุรี เพื่อไปส่งปลายทาง เพื่อไปส่งปลายทาง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้ค่าจ้างจำนวน 1,500 บาทต่อครั้ง และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆและยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทาง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ

จากการสอบต่างด้าว ให้การยอมรับผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาว่า ได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 15,000 - 20,000 บาท และรับว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม และผู้ถูกจับทั้งหมด ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ