ตม.นราธิวาส ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ แฉกลยุทธ์ย้ายฐานจากกัมพูชาซบมาเลเซีย
ตม.นราธิวาส ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ แฉกลยุทธ์ย้ายฐานจากกัมพูชาซบมาเลเซีย
ข่าวสังคม - โซเชียล

ตม.นราธิวาส ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ แฉกลยุทธ์ย้ายฐานจากกัมพูชาซบมาเลเซีย

ฟังข่าวนี้

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส เปิดปฏิบัติการเชิงรุกขยายผลปราบปรามเครือข่ายลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวข้ามชาติและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ภายหลังการจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยพร้อมชาวจีน 2 ราย ขณะเตรียมลักลอบเดินทางออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย

ปฏิบัติการดังกล่าวนำโดย พ.ต.อ.พลูศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส โดยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 64 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส พร้อมชาวจีน 2 ราย ได้แก่ นาย กิ่ง (นามสมมติ) และ นายแก้ว (นามสมมติ) ขณะกำลังลักลอบนำพาบุคคลข้ามแม่น้ำโก-ลก เพื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย บริเวณริมตลิ่งบ้านน้ำตก ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง แฟลชไดรฟ์ 8 อัน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีส้ม ทะเบียน กต 7461 ปัตตานี ซึ่งเชื่อว่าใช้เป็นพาหนะในการลำเลียงบุคคลในเครือข่ายดังกล่าว

ผลการตรวจสอบข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจยึดได้ นำไปสู่การขยายผลสืบสวนพบเครือข่ายลักลอบขนย้ายบุคคลต่างด้าวขนาดใหญ่ โดยมีการใช้สถานที่พักในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสงขลาเป็นจุดพักคอย ก่อนส่งต่อบุคคลเป็นทอด ๆ ผ่านเส้นทางจากชายแดนกัมพูชา จังหวัดสระแก้ว เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทย โดยอาศัยรถโดยสารไม่ประจำทางและรถยนต์ส่วนบุคคลในการเคลื่อนย้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ต่อมา เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (กก.1 บก.สส.สตม.) ได้เข้าตรวจค้นรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านอ่อนนุช กรุงเทพมหานคร สามารถจับกุมชาวจีนและชาวเวียดนามที่ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้เพิ่มเติมอีก 2 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลาได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นรีสอร์ตในพื้นที่อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา และสามารถจับกุมชาวจีนได้อีก 6 ราย พร้อมชาวเมียนมา 1 ราย จากปฏิบัติการขยายผลในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 12 ราย ประกอบด้วยชาวไทยและชาวต่างชาติ

ผลการสืบสวนเชิงลึกพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีลักษณะการดำเนินงานเป็นระบบ โดยมีบุคคลชื่อ นาย บี (นามสมมติ) ชาวจังหวัดยะลา ทำหน้าที่บริหารจัดการด้านการเงิน จัดหาที่พัก และประสานการเคลื่อนย้ายบุคคลผ่านแอปพลิเคชัน LINE ขณะเดียวกันยังพบข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่ใช้ชื่อว่า ซี (นามสมมติ) ซึ่งพำนักอยู่ในประเทศมาเลเซีย และเชื่อว่าอาจมีบทบาทสำคัญในการสั่งการเครือข่ายจากปลายทาง

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เครือข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายในการเคลื่อนย้ายบุคคลจากประเทศกัมพูชา ผ่านประเทศไทย ไปยังประเทศมาเลเซีย โดยใช้พื้นที่ชายแดนไทยเป็นเส้นทางผ่านในการดำเนินการ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่า นายรุสดีย์ เคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันเมื่อปี 2567 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของบุคคลสัญชาติมาเลเซียรายหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินกิจกรรมของขบวนการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง หลังพบข้อมูลการโอนเงินจำนวนมากไปยังบุคคลเป้าหมายในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการดำเนินงานของเครือข่ายดังกล่าว

ปัจจุบัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งขยายผลสืบสวน เพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ