ดร.อรุณี ธิรมชาศา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีปัญหาการกระทำอนาจารโดยบุคลากรทางการศึกษา ยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของครูและนักเรียนเป็นลำดับแรก และพร้อมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการลงโทษผู้กระทำผิด
ล่าสุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ดำเนินการทันทีหลังได้รับรายงาน โดยมีคำสั่งย้ายครูผู้ถูกกล่าวหาให้ไปปฏิบัติหน้าที่พิเศษที่เขตพื้นที่ฯ เพื่อแยกออกจากโรงเรียน ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวหรือกดดันผู้เสียหาย พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งมีบทลงโทษขั้นสูงสุดเพียง 2 สถาน คือ "ปลดออก" หรือ "ไล่ออก" นอกจากนี้ จะมีการประสานไปยังคุรุสภาเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูด้วย

ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ได้พานักเรียนผู้เสียหายรวมถึงอาจารย์ฝึกสอน เข้าพบ พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม เพื่อให้ปากคำและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน
เบื้องต้น ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งหากศาลอนุมัติ จะถือเป็นมาตรการทางกฎหมายที่รวดเร็วเพื่อคืนความปลอดภัยให้แก่โรงเรียน
ด้านการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นางสาวพรรณพิไล สุทธิโคตร เจ้าหน้าที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบว่า ในขณะที่คดีความอยู่ระหว่างการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทาง พม. ได้เตรียมประสานกลับไปยังครอบครัวของผู้เสียหายทันทีหลังเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งความ เพื่อพูดคุยถึงแนวทางการช่วยเหลือ โดยจะเน้นหนักไปที่การสงเคราะห์และการเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความวิตกกังวลรวมถึงสนับสนุนในด้านอื่น ๆ ตามที่ครอบครัวต้องการ

ดร.อรุณี ระบุเพิ่มเติมว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่เกิดจากการที่สื่อมวลชนและทุกภาคส่วนร่วมตรวจสอบมากขึ้น ซึ่งต้องขอขอบคุณทั้งตำรวจและสื่อมวลชน โดยกระทรวงฯ รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้ปกครองมั่นใจว่า ศธ. ดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่มีการปล่อยปละละเลยแน่นอน
หลังจากนี้ ศธ. ได้วางกรอบมาตรการเด็ดขาดให้ทุกโรงเรียนและเขตพื้นที่ฯ ต้องปฏิบัติตามทันทีหากเกิดเหตุลักษณะนี้ โดยต้องรายงานความคืบหน้ากลับมาเป็นระยะทุก 1 สัปดาห์ พร้อมกันนี้ "ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัย" กำลังเร่งจัดตั้งช่องทางรับเรื่องร้องเรียนส่วนตัวเพิ่มขึ้นอีก 1 ช่องทาง เพื่อเป็นระบบปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด