จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อเยาวชนชายวัย 11 ขวบ ได้ขับขี่รถกระบะซึ่งเป็นของบิดาออกจากบ้านพัก มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองมุกดาหาร ก่อนจะประสบเหตุเสียหลักพุ่งเข้าชนคณะพระสงฆ์ที่กำลังเดินธุดงค์บนเส้นทางดังกล่าวอย่างรุนแรง ส่งผลให้พระสงฆ์มรณภาพในที่เกิดเหตุถึง 5 รูป และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายรูป ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่และสัมภาษณ์ พระอาจารย์พัชวัตร เจิงสูงเนิน อายุ 48 ปี พรรษา 23 ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดคลองตะแบก ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเป็นหนึ่งในพระสงฆ์ที่อยู่ในเหตุการณ์รอดชีวิตมาได้ โดยพระอาจารย์พัชวัตรได้เล่าถึงนาทีชีวิตว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ขณะที่คณะพระสงฆ์กำลังเดินเท้าเพื่อพักจำวัด ณ สถานที่ซึ่งเคยเป็นวัดร้างแห่งหนึ่ง
พระอาจารย์พัชวัตรระบุว่า ทันใดนั้น ได้มีรถกระบะคันหนึ่งขับสวนเลนมาด้วยความเร็วสูงมาก ลักษณะคล้ายผู้ขับขี่มีอาการหลับใน รถคันดังกล่าวพุ่งตรงเข้าหาคณะพระสงฆ์อย่างรวดเร็ว ด้วยสติที่ฝึกฝนมา พระอาจารย์พัชวัตรได้ตัดสินใจเข้าช่วยพยุงพระอาจารย์อีกรูปให้พ้นจากเส้นทางอันตรายได้ทันท่วงที แต่แรงปะทะจากการชนที่รุนแรงส่งผลให้พระสงฆ์หลายรูปกระเด็นลอยไปตามแรง ซึ่งเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังพบพระสงฆ์ 2 รูปติดค้างอยู่ในซากรถกระบะอีกด้วย
เมื่อถูกถามถึงความรู้สึก พระอาจารย์พัชวัตรยอมรับว่ามีความตกใจเล็กน้อย แต่ด้วยการฝึกสมาธิจึงทำให้มีสติ โดยท่านยังได้ย้อนเล่าถึงความฝันก่อนออกธุดงค์ ที่หลวงปู่ศิลาได้มาหาในความฝันและลูบศีรษะให้พรขอให้ปลอดภัย ซึ่งท่านเชื่อว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่ทำให้รอดชีวิตมาได้
สำหรับคณะของท่านตั้งใจจะเดินธุดงค์จากมณฑลไปยังบ้านตาโกย อำเภอน้ำขุ่น และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันแรกของการออกธุดงค์ ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนขวัญแก่พุทธศาสนิกชนและสังคมเป็นอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดมุกดาหาร รายงาน
เรียบเรียง ทีมข่าวสยามนิวส์