เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สนธิกำลังร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเลย, ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเชียงคาน, ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเอราวัณ และตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ระดมกำลังติดตามบุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการส่งพัสดุยาเสพติด
ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการที่ทางการออสเตรเลียได้ควบคุมตัวนางสาวมีนา แอร์โฮสเตสสาวรายหนึ่ง คาสนามบินเมืองเมลเบิร์น หลังตรวจพบพัสดุต้องสงสัยที่ซุกซ่อนของกลางยาเสพติดประเภทเฮโรอีนน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซึ่งเชื่อว่าถูกส่งมาจากประเทศไทย
จากเบาะแสและข้อมูลการสืบสวน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เชียงคาน ได้ติดตามไปยังบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลธาตุ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งเป็นที่อยู่ของนายเอ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี และนางบี (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ทั้งสองเป็นราษฎรในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย แต่ไม่พบตัวบุคคลทั้งสอง ทราบภายหลังว่าทั้งคู่ไปรับจ้างกรีดยางในพื้นที่อำเภอเอราวัณ เจ้าหน้าที่จึงประสานงานกับ ป.ป.ส. และตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเลย
ต่อมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายเอ (นามสมมติ) กำลังทำงานก่อสร้างอยู่บนหลังคาของวัดถ้ำผาหมากฮ่อ ตำบลศรีสงคราม อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย จึงนำตัวมาสอบปากคำเบื้องต้นที่สถานีตำรวจภูธรเอราวัณ จากการสอบสวน นายเอ (นามสมมติ) ให้การรับสารภาพว่าเคยรับจ้างส่งพัสดุมาแล้วรวม 6 ครั้ง โดยเป็นพัสดุปลายทางกรุงเทพมหานคร ผ่านร้านรับส่งพัสดุแห่งหนึ่งในอำเภอเชียงคาน 3 ครั้ง, ที่บ้านธาตุ ตำบลธาตุ อำเภอเชียงคาน 2 ครั้ง และที่อำเภอเอราวัณอีก 1 ครั้ง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาท จากชาวลาว ซึ่งครั้งสุดท้ายที่มีการส่งพัสดุคือเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569
ภายหลัง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนางบี (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นราษฎรชาวลาวและภรรยาของนายเอ (นามสมมติ) ได้ขณะขับรถกระบะมาจอดที่สวนยาง ในพื้นที่ผานาง-ผาเกิ้ง ตำบลผาอินทร์แปลง อำเภอเอราวัณ เบื้องต้นนางบี (นามสมมติ) ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ทราบเรื่องราวใดๆ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาสอบปากคำอย่างละเอียด และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในขณะนี้ โดยภายหลังการสอบสวนเสร็จสิ้น จะมีการนำตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดส่งมอบให้สำนักงานปราบปรามยาเสพติด เพื่อทำการขยายผลต่อไป