เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.นพคุณ ทัศนมาลัย สว.กก.2 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นางบี (นามสมมติ) อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลภาษีอากรกลาง ที่ 136/2569 ในข้อหา ร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 6 ถนนพหลโยธิน ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่ผู้ต้องหากำลังนั่งอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวและทำการจับกุม
พฤติการณ์แห่งคดีเริ่มจากกรมสรรพากรได้ร้องทุกข์ต่อ บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับ บริษัท ไทยเจริญ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และนางบี ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ ในข้อหาออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย บริษัทดังกล่าวประกอบกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และวัสดุก่อสร้าง โดยเจ้าพนักงานสรรพากรได้รับข้อมูลว่ามีการนำบัตรประชาชนของบุคคลอื่นไปจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหลายราย และจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อออกใบกำกับภาษีให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ นำไปใช้เครดิตภาษี โดยไม่มีการซื้อขายสินค้าหรือให้บริการกันจริง ทำให้ระบบการจัดเก็บภาษีของประเทศเสียหาย

จากการสืบสวนและตรวจค้น พบว่า บริษัท ไทยเจริญ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด อยู่ในกลุ่มกิจการเครือข่ายความผิดดังกล่าว และจากการตรวจสอบต้นฉบับใบกำกับภาษีขายของบริษัทฯ จำนวน 535 ฉบับ พบว่าเป็นปฏิบัติการเฉพาะประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่ม เจ้าพนักงานสรรพากรได้เชิญนางบี ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการมาชี้แจง แต่ไม่มีผู้ใดมาพบและไม่นำส่งเอกสารหลักฐาน อีกทั้งจากการตรวจสอบ บริษัทฯ ดังกล่าวแล้วปรากฏว่าไม่มีการประกอบกิจการอยู่จริง
บริษัท ไทยเจริญ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกใบกำกับภาษีให้แก่นิติบุคคลหลายรายรวม 535 ฉบับ โดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง ทำให้กรมสรรพากรประเมินอากร เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 129,991,984.95 บาท และร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดี
ต่อมา พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ได้ออกหมายเรียกกรรมการบริษัทฯ มาทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่มีผู้ใดมาพบ จึงเชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนี และได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ จนกระทั่งสืบทราบว่านางบี หลบหนีมาอยู่ที่บริเวณป้ายรถเมล์ดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าจับกุม

จากการสอบสวนเบื้องต้น นางบี ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนไม่รู้จักบริษัท ไทยเจริญ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และไม่เคยเป็นกรรมการบริษัทใด ๆ มาก่อน เธอให้การว่าเมื่อประมาณปี 2558 ได้รู้จักกับหญิงคนหนึ่งซึ่งว่าจ้างให้เธอเป็นแม่บ้านทำความสะอาด โดยแจ้งว่าจะโอนเงินเดือนให้เดือนละ 5,000 บาท แต่ต้องเซ็นเอกสารและมอบบัตรประชาชนให้เพื่อดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชี เธอได้เซ็นเอกสารโดยไม่ได้ดูรายละเอียดและมอบบัตรประชาชนให้ หลังจากนั้นไม่นานก็ลาออกและแยกย้ายกันไป โดยละเลยไม่ใส่ใจว่าจะมีการนำข้อมูลไปใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าว
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุก เพื่อป้องกันปราบปรามและจับกุมผู้กระทำความผิด รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจที่หลีกเลี่ยงภาษีอากร ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดตามประมวลรัษฎากร

CIB ยังได้ฝากเตือนประชาชนว่า ห้ามขาย หรือให้บัตรประชาชน หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ แก่ผู้อื่นโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์เด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว และอาจถูกนำข้อมูลในบัตรประชาชนไปสวมรอยจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลได้ เพราะการเริ่มต้นธุรกิจที่ไม่โปร่งใส ย่อมมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การประกอบธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศชาติได้
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า การเผยแพร่ข่าวนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง โดยผู้ต้องหาหรือจำเลยยังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด