รวบหนุ่มบัญชีม้า แก๊งปลอมบริษัทจัดหางาน หลอกคนไปญี่ปุ่น สูญเกือบ 3 แสนบาท
รวบหนุ่มบัญชีม้า แก๊งปลอมบริษัทจัดหางาน หลอกคนไปญี่ปุ่น สูญเกือบ 3 แสนบาท
ข่าวสังคม - โซเชียล

รวบหนุ่มบัญชีม้า แก๊งปลอมบริษัทจัดหางาน หลอกคนไปญี่ปุ่น สูญเกือบ 3 แสนบาท

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) จับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ตและศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ในข้อหา เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, เป็นผู้สนับสนุนฉ้อโกงประชาชน และเป็นผู้สนับสนุนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมอันเป็นเท็จ

พฤติการณ์แห่งคดี ผู้เสียหายได้พบประกาศรับสมัครแรงงานไทยไปทำงานประเทศญี่ปุ่นผ่านเฟซบุ๊ก จึงติดต่อสอบถามรายละเอียด โดยกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทจัดหางาน พร้อมส่งข้อมูลการสมัครและขั้นตอนการเดินทาง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและสมัครเดินทางไปทำงานพร้อมแฟนหนุ่ม

จากนั้น กลุ่มมิจฉาชีพได้เรียกเก็บค่าดำเนินการต่าง ๆ เป็นลำดับ เริ่มจากค่าจองตำแหน่งงานคนละ 3,000 บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินรวม 6,000 บาท ต่อมาอ้างว่าผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและผลตรวจสุขภาพผ่านแล้ว แต่ต้องชำระค่าดำเนินการเพิ่มเติมคนละ 30,000 บาท ผู้เสียหายโอนเพิ่มอีกรวม 60,000 บาท ยังไม่เพียงพอ กลุ่มมิจฉาชีพแจ้งว่าการดำเนินการขอวีซ่าผ่านแล้ว พร้อมส่งเอกสารออนไลน์มาแสดงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนเรียกเก็บค่าดำเนินการเพิ่มเติมอีกคนละ 35,000 บาท ผู้เสียหายโอนรวม 70,000 บาท

นอกจากนี้ ยังอ้างว่าต้องสำรองค่าประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุตามข้อกำหนดของทางการญี่ปุ่นคนละ 30,000 บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มอีกรวม 60,000 บาท และสุดท้ายกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าผู้ที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศจำเป็นต้องมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีจำนวน 500,000 บาท เพื่อใช้ตรวจสอบฐานะทางการเงิน ผู้เสียหายไม่สามารถหาเงินได้ตามจำนวนดังกล่าว แต่สามารถจัดหาได้เพียง 100,000 บาท กลุ่มมิจฉาชีพจึงให้โอนเงินเข้าบัญชีที่กำหนด ซึ่งแฟนของผู้เสียหายได้โอนเงินจำนวน 100,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 296,000 บาท

หลังได้รับเงินแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพกลับอ้างว่าผู้เสียหายดำเนินการผิดขั้นตอน เนื่องจากเอกสารบันทึกช่วยจำไม่ถูกต้อง และเรียกร้องให้โอนเงินเพิ่มอีก 100,000 บาท เพื่อแก้ไขรายการ ผู้เสียหายเริ่มผิดสังเกตจึงแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการสมัครและขอรับเงินคืน แต่กลับได้รับคำตอบว่าไม่สามารถยกเลิกได้ ก่อนที่กลุ่มมิจฉาชีพจะตัดการติดต่อทั้งหมด ผู้เสียหายจึงตรวจสอบข้อเท็จจริงกับบริษัทจัดหางานตัวจริง และทราบว่าบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสมัครดังกล่าว อีกทั้งเชื่อว่ามีผู้ไม่หวังดีนำชื่อบริษัทไปแอบอ้างเพื่อหลอกลวงประชาชน

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนติดตามตัว นายเอ อย่างต่อเนื่อง จนสามารถติดตามจับกุมได้บริเวณริมถนนกำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามคำให้การเบื้องต้น นายเอ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้สมัครหางานผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก ก่อนมีผู้ชักชวนให้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารในประเทศกัมพูชา แลกกับค่าจ้างจำนวน 20,000 บาท จากนั้นได้ส่งมอบบัญชีธนาคารพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ว่าจ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ