เวลาเดินทางไปต่างจังหวัด หลายคนคงคุ้นตากับชื่อ "อำเภอเมือง" ที่มักเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดและหน่วยงานราชการ แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมแทบทุกจังหวัดต้องมี "อำเภอเมือง" และเหตุใดบางจังหวัดจึงมีอำเภอที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "เมือง" ทั้งที่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจังหวัด
อำเภอเมือง คืออะไร?
"อำเภอเมือง" คืออำเภอที่เป็นศูนย์กลางการปกครองของจังหวัด โดยเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด หน่วยงานราชการสำคัญ และมักเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น รวมถึงเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและบริการของจังหวัด
ในปี พ.ศ. 2481 รัฐบาลได้ปรับชื่ออำเภอที่เป็นที่ตั้งจังหวัดทั่วประเทศ ให้ใช้คำว่า "อำเภอเมือง" นำหน้าชื่อจังหวัด เพื่อให้ประชาชนทราบได้ทันทีว่าเป็นอำเภอศูนย์กลางของจังหวัดนั้น
จังหวัดเดียวที่ไม่มี "อำเภอเมือง"
แม้เกือบทุกจังหวัดจะมีอำเภอเมือง แต่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นข้อยกเว้น
อำเภอที่เป็นที่ตั้งจังหวัดใช้ชื่อว่า อำเภอพระนครศรีอยุธยา โดยมีพัฒนาการของชื่อจาก อำเภอรอบกรุง เปลี่ยนเป็น อำเภอกรุงเก่า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2500 จึงกลายเป็นอำเภอศูนย์กลางจังหวัดเพียงแห่งเดียวที่ไม่มีคำว่า "เมือง" นำหน้า
มีคำว่า "เมือง" ไม่ได้แปลว่าเป็นศูนย์กลางจังหวัด
หลายคนอาจเข้าใจว่า หากชื่ออำเภอมีคำว่า "เมือง" จะต้องเป็นอำเภอศูนย์กลางของจังหวัดเสมอ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่
มีหลายอำเภอที่ใช้คำว่า "เมือง" เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะ เช่น
อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
อำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา
อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด
อำเภอเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด แต่ใช้คำว่า "เมือง" เป็นชื่อท้องถิ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต
อำเภอเมือง ไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเสมอไป
แม้อำเภอเมืองจะเป็นศูนย์กลางการปกครอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป การเติบโตทางเศรษฐกิจและการคมนาคมทำให้บางอำเภอกลายเป็นศูนย์กลางที่สำคัญกว่า
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่
จังหวัดสงขลา แม้ศาลากลางจังหวัดจะตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสงขลา แต่ อำเภอหาดใหญ่ กลับเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แม้อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์จะเป็นศูนย์กลางการปกครอง แต่ อำเภอหัวหิน กลับเป็นเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีชื่อเสียง จนหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นตัวจังหวัด
ดังนั้น คำว่า "อำเภอเมือง" จึงหมายถึง ศูนย์กลางด้านการปกครองของจังหวัด ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญหรือมีขนาดใหญ่ที่สุดเสมอไป เพราะการพัฒนาในแต่ละจังหวัดอาจทำให้อำเภออื่นก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว หรือการคมนาคมแทนได้