เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุคนตกจากรถบรรทุกพ่วงแล้วถูกทับร่าง เสียชีวิตบนถนนเลียบคลองแคราย หน้าร้านอาหารริมทาง หมู่ที่ 1 ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อไปถึงพบร่างผู้เสียชีวิตถูกทับจนช่วงล่างแหลกละเอียด ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความสลดใจเป็นอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูได้นำผ้าขาวมาคลุมร่างไว้ ขณะรอเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์จากโรงพยาบาลกระทุ่มแบนมาตรวจสอบ จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ นำร่างผู้เสียชีวิตและรวบรวมชิ้นส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่งไปชันสูตรอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายภาคภูมิ กรจันทร์ อายุ 39 ปี
สำหรับรถคันก่อเหตุเป็นรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ได้รับแจ้งว่า ไปจอดอยู่ริมทางหน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ห่างจากที่เกิดเหตุไปราวๆ 1 กิโลเมตร ทางด้านของ ร.ต.อ.ประวิตร กรองศิริ รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จึงได้ตามไปตรวจสอบพบรถคันดังกล่าวจริง โดยที่บริเวณล้อด้านหลังฝั่งขวา มีรอยเลือดจำนวนมาก นอกจากนี้ตรงกันชนล้อหน้าฝั่งขวาหลุดกองอยู่กับพื้นถนน จึงได้ควบคุมตัวคนขับรถไว้ เพื่อนำมาสอบปากคำที่ สภ.กระทุ่มแบน
จากการสอบถามนายอาทิตย์ ศรีบริบูรณ์ อายุ 58 ปี ชาวจังหวัดกระบี่ คนขับรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ คันก่อเหตุ กล่าวอ้างว่า ก่อนหน้านี้ตนเองขับรถมาจอดติดไฟแดงตรงยูเทิร์นไก่หนังกรอบ บนถนนพุทธสาคร ในช่องจราจรแรกฝั่งขวาสุดเพื่อรอสัญญาณไฟกลับรถ โดยข้างๆ กันมีรถบรรทุกอีกคันจอดอยู่ ซึ่งคนขับรถคันด้านข้างได้ลงมาหาตนแล้วบอกว่า ตนขับรถไปชนท้ายเขาทำให้กันชนพลาสติกเสียหาย ทั้งนี้ตนก็มีเถียงกลับไปว่าไม่ได้ชน แต่เขาไม่ยอมปีนขึ้นมาตรงประตูจะหยิบกุญแจรถออก แต่ตนแย่งไว้ทัน เขาเลยเกาะกระจกต่อยผม ผมก็เลยบิดกุญแจแล้วขับรถออกมาทันที โดยขับเข้ามาในเส้นทางที่เกิดเหตุ เพื่อมาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือมาหายามหน้าบริษัทฯ เพราะกลัวว่าจะถูกเขาทำร้าย ซึ่งตลอดทางตนก็รู้ว่าเขากระโดดเกาะติดรถมา แล้วผมก็พยายามขับมาเรื่อยๆ แต่เขาไม่อยู่นิ่งๆ พยายามปีนป่ายมาหาผม แล้วยังถีบยางกันโคลนตรงล้อรถจนพังหลุดออกมาอย่างที่เห็น
ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เดินทางไปตรวจตรงจุดที่คนขับรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อกล่าวอ้างถึง ว่าเป็นจุดที่เกิดการทะเลาะวิวาทกันนั้น ก็พบบรรทุกพ่วงเทเลอร์จอดอยู่ 1 คัน ตรงไฟแดงช่องจราจรที่ 2 จากฝั่งขวาสุด และพบว่าที่กันชนด้านหลังฝั่งขวามีรอยถูกชนจนแตกจริง แต่จะเกิดจากการชนใหม่หรือเก่านั้น ต้องนำไปตรวจพิสูจน์หาข้อเท็จจริงเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทางกฎหมาย
นอกจากนี้ภาพเบื้องต้นที่ได้จากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ จะสังเกตเห็นว่า เมื่อรถบรรทุกพ่วงขับผ่านหน้ากล้องไป จะมีคนตกลงมาจากฝั่งขวาของรถแล้วร่างก็ถูกล้อหลังทับส่วนรถขับไปเลย แต่รถจักรยานยนต์ที่ขับตามมาต่างเบรคและพยายามหลบร่างผู้เสียชีวิตแทบไม่ทัน
โดยทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อในคำกล่าวอ้างแต่ฝ่ายเดียวของคนขับรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ซึ่งจะต้องเรียกผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่ต้นมาสอบปากคำ อีกทั้งยังจะได้ประสานขอภาพวงจรปิดตลอดเส้นทางที่รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อขับผ่าน ตั้งแต่ก่อนจะเกิดเหตุทะเลาะวิวาท จนถึงบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร เพื่อนำไปสู่การตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนหลายคนที่มาดูเหตุการณ์ก็ยังสงสัยว่า ทำไมถึงไม่หยุดรถเมื่อเห็นว่าผู้เสียชีวิตเกาะติดข้างรถมา เพราะเส้นทางที่รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อขับผ่านมานั้น เป็นเส้นทางชุมชน มีรถขับผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งก่อนจะถึงจุดเกิดเหตุก็มีหน่วยบริการประชาชนตั้งอยู่ต้องขับผ่าน หากต้องการเจ้าหน้าที่ตำรวจก็แค่จอดรถเพื่อลงไปขอความช่วยเหลือได้
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดสมุทรสาคร รายงาน