วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สภ.บางกรวย จังหวัดนนทบุรี นายสัมฤทธิ์ หรือ เสือดุสิต อายุ 40 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภายหลังจากตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกาย น.ส.มิรา ดุรงคชยานุรักษ์ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาว
โดยก่อนหน้านี้ ทางพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งศาลได้ออกหมายจับลงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
เมื่อผู้ต้องหาเดินทางมาถึงยังสถานีตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับพร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาให้รับทราบ ส่งผลให้นายสัมฤทธิ์มีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

ต่อมาในเวลา 21.30 น. ภายหลังจากที่เสร็จสิ้นขั้นตอนการบันทึกการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวนายสัมฤทธิ์ลงมาจากห้องปฏิบัติการชั้น 3 เพื่อส่งมอบตัวต่อให้กับพนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยมีกำหนดการจะนำตัวไปยื่นขออำนาจศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อฝากขังในวันถัดไป
ทางด้านนายสัมฤทธิ์ ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับสารภาพว่าได้ลงมือทำร้ายร่างกาย น.ส.มิรา จนได้รับบาดเจ็บจริง และได้ตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวทันทีหลังจากทราบว่าศาลมีการออกหมายจับ พร้อมกันนี้ยังได้ขอร้องให้สังคมช่วยรับฟังเรื่องราวจากฝั่งของตนเองบ้าง โดยระบุว่าตนได้คบหากับ น.ส.มิรา มาตั้งแต่ช่วงที่มีคดีทำร้ายร่างกายคนสูงอายุ และได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตามปกติ ในขณะที่ตนเองก็มีภรรยาหลวงชื่อผึ้งอยู่แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้เรื่องราวและสามารถพูดคุยกันได้
นายสัมฤทธิ์อ้างต่อไปว่า เวลาที่ น.ส.มิรา ดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา มักจะชอบใช้กำลังทำร้ายร่างกายตนต่อหน้าบุคคลอื่น รวมถึงต่อหน้าภรรยาหลวงด้วย แต่ที่ผ่านมาตนเลือกที่จะปล่อยผ่านและไม่เคยตอบโต้กลับ
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ครั้งที่สอง ในระหว่างที่เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดชลบุรี น.ส.มิรา จับได้ว่าตนมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่น จึงเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้น และ น.ส.มิรา ก็ได้ใช้กำลังทำร้ายตนอีกครั้ง ซึ่งตนก็ยังคงอดทนและไม่ตอบโต้เช่นเดิม
ต่อมาในเหตุการณ์ครั้งที่สาม ระหว่างที่ไปร่วมงานวันเกิดเพื่อน น.ส.มิรา เกิดมีปากเสียงกับเพื่อนของตน และอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก ก่อนจะลงมือทำร้ายร่างกายตนต่อหน้าเพื่อนฝูง ทำให้ตนรู้สึกอับอายอย่างมาก

นายสัมฤทธิ์เล่าว่า ในครั้งนั้นตนจึงตัดสินใจใช้ไม้แขวนเสื้อตีกลับไปเพื่อให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นคือเรื่องที่ น.ส.มิรา นำไปแจ้งความไว้ที่จังหวัดปทุมธานีเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยร่องรอยบาดแผลที่ปรากฏเป็นเพียงรอยจากการถูกไม้แขวนเสื้อตีเท่านั้น หลังจากนั้นตนก็ได้พูดคุยตกลงกับ น.ส.มิรา ว่าจากนี้ไปขอให้เลิกทะเลาะกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันตามปกติต่อไป
สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดในคืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นายสัมฤทธิ์เปิดเผยว่า ในขณะที่ตนกำลังนั่งดูฟุตบอลอยู่ที่ตลาดเซฟวัน น.ส.มิรา ได้โทรศัพท์มาบอกให้ตนไปรับที่ร้านซึ่งเป็นสถานที่ทำงาน แต่เมื่อตนเดินทางไปถึง เพื่อนของ น.ส.มิรา ได้เดินออกมาพร้อมกันและมากล่าวหาว่าตนไปโกงเงินค่าบ้านจำนวน 700,000 บาท
ตนจึงได้พยายามอธิบายชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเลย เพราะ น.ส.มิรา เป็นผู้ดำเนินการโอนเงินด้วยตนเองทั้งหมด เมื่อรู้สึกไม่พอใจที่ น.ส.มิรา นำเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนฟัง ตนจึงบอกให้เพื่อนเป็นคนพา น.ส.มิรา กลับไปเอง แล้วตนก็ขับรถออกมา แต่หลังจากนั้นไม่นาน น.ส.มิรา ก็ได้โทรศัพท์มาง้อขอให้ไปรับอีกครั้ง ตนจึงตัดสินใจวนรถกลับไปรับ
ในระหว่างการเดินทางกลับนั้น มีเพื่อนของตนเป็นคนขับรถ โดยตนนั่งอยู่เบาะด้านหน้า ส่วน น.ส.มิรา นั่งอยู่เบาะหลัง เมื่อรถเคลื่อนตัวออกมาได้ระยะหนึ่ง น.ส.มิรา ก็ได้เอื้อมมือมาตีตน 1 ครั้ง ซึ่งทางเพื่อนก็ได้พยายามห้ามปรามแล้ว แต่หลังจากนั้น น.ส.มิรา ก็ยังคงตีตนเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ตนหมดความอดทนและทำการตอบโต้กลับไปในทันที
ภายหลังจากเกิดเหตุ ตนได้ให้เพื่อนขับรถพา น.ส.มิรา กลับไปส่งที่ห้องพัก โดยขอยืนยันหนักแน่นว่าเมื่อขึ้นไปถึงบนห้องแล้ว ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายกันเพิ่มเติมแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่ตนถูกแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรานั้น นายสัมฤทธิ์ขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงเลย เนื่องจากตนและ น.ส.มิรา ได้เช่าห้องพักอาศัยอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยามานานประมาณ 5-6 เดือนแล้ว และคบหาดูใจกันมาราว 7 เดือน จึงรู้สึกไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อกล่าวหาในส่วนนี้
นายสัมฤทธิ์ยังได้อ้างทิ้งท้ายอีกว่า หลังจากที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันบนรถ น.ส.มิรา เป็นฝ่ายที่พูดขึ้นมาเองว่า จะทิ้งหนูหรอ เพราะหนูไม่สวยหรอ ถึงไม่เอาหนู ซึ่งสาเหตุที่พูดตัดพ้อเช่นนั้นเป็นเพราะใบหน้าของ น.ส.มิรา มีอาการบวมช้ำจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ และในช่วงที่เดินกลับขึ้นห้องพัก ตนก็ยังเป็นฝ่ายที่ช่วยประคอง น.ส.มิรา ขึ้นไป โดยที่ฝ่ายหญิงไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด