รวบมนุษย์ป้าแสบ พ้นโทษไม่เข็ด ก่อเหตุซ้ำ ทริคยัดเงินใต้รักแร้ ฉกเงินทอนร้านสะดวกซื้อ
รวบมนุษย์ป้าแสบ พ้นโทษไม่เข็ด ก่อเหตุซ้ำ ทริคยัดเงินใต้รักแร้ ฉกเงินทอนร้านสะดวกซื้อ
ข่าวสังคม - โซเชียล

รวบมนุษย์ป้าแสบ พ้นโทษไม่เข็ด ก่อเหตุซ้ำ ทริคยัดเงินใต้รักแร้ ฉกเงินทอนร้านสะดวกซื้อ

ฟังข่าวนี้

วันที่ 1 พ.ค. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุม น.ส.น้ำผึ้ง อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” โดยสามารถรวบตัวได้บริเวณข้างห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตบางนา กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งพฤติการณ์สุดแสบที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

จากการสืบสวนพบว่าคนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยจะทำทีเข้าไปเลือกซื้อสินค้ามูลค่าต่ำไม่เกิน 100 บาท แล้วชำระเงินด้วยธนบัตร 1,000 บาท เมื่อพนักงานทอนเงินให้ครบแล้ว น.ส.น้ำผึ้งจะแสร้งชวนคุยหรือทำทีว่าสินค้ามีปัญหาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะอาศัยจังหวะเผลอแอบนำธนบัตร 500 บาท ซ่อนไว้ใต้รักแร้อย่างรวดเร็ว แล้วโวยวายอ้างว่าพนักงานทอนเงินไม่ครบเพื่อขอยกเลิกรายการสินค้าและขอรับเงิน 1,000 บาทของตนคืน ซึ่งมักเลือกเหยื่อที่เป็นพนักงานวัยรุ่นเนื่องจากง่ายต่อการหลอกล่อและกดดันด้วยการส่งเสียงดังโวยวาย

ข้อมูลประวัติอาชญากรรมพบว่า น.ส.น้ำผึ้ง เคยถูกจับกุมในคดีลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2568 และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษออกมาเมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีท่าทีเข็ดหลาบและลงมือก่อเหตุซ้ำทันที เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแกะรอยจนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ย่านบางนา จึงวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งพบตัวขณะกำลังลงจากรถประจำทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตามหมายจับทันทีเพื่อตัดวงจรการก่อเหตุที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจรายย่อย

เบื้องต้นจากการสอบปากคำในชั้นจับกุม น.ส.น้ำผึ้ง ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่เคยก่อเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและประวัติการก่อเหตุที่ชัดเจน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานท้องที่อื่นที่เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันเข้าสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ