หนึ่งในคำถามที่ผู้ใช้บริการรถสาธารณะหลายท่านอาจเคยสงสัย คือเหตุใดพนักงานเก็บค่าโดยสาร หรือที่เรียกกันติดปากว่า "กระเป๋ารถเมล์" จึงสามารถจดจำผู้โดยสารที่ชำระค่าโดยสารแล้วและผู้ที่ยังไม่ได้ชำระได้อย่างแม่นยำ แม้ในยามที่ผู้โดยสารเต็มคันรถก็ตาม
เบื้องหลังความสามารถนี้มิได้มีเทคนิคซับซ้อน แต่เกิดจาก ประสบการณ์ การสังเกต และความชำนาญ ที่สั่งสมมาจากการทำงานเป็นประจำ โดยเมื่อผู้โดยสารขึ้นรถ กระเป๋ารถเมล์จะเดินตรวจตั้งแต่ด้านหน้ารถไปจนถึงด้านหลัง พร้อมกับสังเกตผู้โดยสารไปด้วย ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว เมื่อผู้โดยสารเห็นกระเป๋ารถเมล์เดินเข้ามาเก็บค่าโดยสาร ส่วนใหญ่จะเข้าใจทันทีและมักจะเตรียมเงินหรือยื่นค่าโดยสารให้โดยอัตโนมัติ ทำให้กระเป๋ารถเมล์สามารถจดจำได้ว่าใครชำระแล้ว และใครยังไม่ได้ชำระ
อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญคือ "การนับจำนวนผู้โดยสาร" โดยทุกครั้งที่รถจอดรับผู้โดยสารตามป้าย กระเป๋ารถเมล์มักจะนับจำนวนคนที่ขึ้นรถในแต่ละป้ายเอาไว้ในใจ และเมื่อถึงเวลาจัดเก็บค่าโดยสาร ก็จะตรวจสอบให้ครบตามจำนวนที่นับไว้ หากยังเก็บไม่ครบ ก็จะสังเกตหาว่ามีใครยังไม่ได้จ่าย
นอกจากนี้ พนักงานขับรถเมล์ เองก็มีส่วนช่วยในการสังเกตจำนวนผู้โดยสารที่ขึ้นและลงรถอยู่เสมอ ทำให้ทั้งคนขับและกระเป๋ารถเมล์สามารถช่วยกันตรวจสอบได้ว่าจัดเก็บค่าโดยสารครบถ้วนแล้วหรือยัง
แม้จะมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้บ้าง โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีผู้โดยสารหนาแน่น หรือมีคนขึ้นลงพร้อมกันหลายคน แต่ด้วยประสบการณ์และความชำนาญจากการปฏิบัติงานทุกวัน ทำให้กระเป๋ารถเมล์ส่วนใหญ่สามารถจดจำและติดตามการเก็บค่าโดยสารได้อย่างแม่นยำ จนหลายคนอดทึ่งในความสามารถนี้ไม่ได้
กล่าวได้ว่า เบื้องหลังความสามารถที่ดูเหมือนเป็นเวทมนตร์ของกระเป๋ารถเมล์นั้น แท้จริงแล้วคือ "ทักษะการสังเกตและประสบการณ์" ที่ได้รับการฝึกฝนมาจนเชี่ยวชาญนั่นเอง