อุทาหรณ์ใกล้ตัว! ก้างปลาติดคอ 10 วัน เคลื่อนตัวโผล่หลังหู อาจารย์เจษฎาเตือนอันตรายถึงชีวิต
อุทาหรณ์ใกล้ตัว! ก้างปลาติดคอ 10 วัน เคลื่อนตัวโผล่หลังหู อาจารย์เจษฎาเตือนอันตรายถึงชีวิต
ข่าวสังคม - โซเชียล

อุทาหรณ์ใกล้ตัว! ก้างปลาติดคอ 10 วัน เคลื่อนตัวโผล่หลังหู อาจารย์เจษฎาเตือนอันตรายถึงชีวิต

ฟังข่าวนี้

เรื่องราวที่สร้างความตื่นตกใจได้ถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งได้แบ่งปันประสบการณ์การประสบปัญหาก้างปลาติดคอและปล่อยทิ้งไว้นานกว่า 10 วัน ก่อนที่ก้างปลาจะเคลื่อนตัวจากลำคอไปปรากฏที่บริเวณด้านหลังใบหู และเจ้าตัวได้ตัดสินใจดึงออกจนมีเลือดออก นับเป็นโชคดีที่อาการไม่รุนแรงมากนัก

เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก "อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์" โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง โดยเฉพาะเมื่อก้างปลาฝังตัวและเคลื่อนที่ออกนอกหลอดอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที

ข้อมูลจากกรณีที่ถูกกล่าวถึง ชี้ให้เห็นว่าก้างปลาสามารถติดอยู่ในลำคอได้นานหลายวัน และอาจเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งอื่น รวมถึงปรากฏออกมาสู่ผิวหนังด้านนอก ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นบริเวณหลังหู ซึ่งถือเป็นความโชคดีที่ไม่เกิดอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต

ในประเด็นนี้ เพจ Drama-addict ได้อธิบายว่าภาวะดังกล่าวเรียกว่า "การเคลื่อนตัวของชิ้นส่วนก้างปลาออกนอกหลอดอาหาร" พร้อมยกตัวอย่างเคสอื่นที่เคยเกิดขึ้น เช่น กรณีที่มีผู้ประสบปัญหาก้างปลาติดคอ และต่อมาพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมแทงออกมาจากลำคอ เมื่อดึงออกก็พบว่าเป็นก้างปลาพร้อมกับมีเลือดออกตามมา

ทางการแพทย์ระบุว่ากรณีลักษณะนี้สามารถพบได้เป็นระยะ โดยเรียกว่า "Extraluminal migration of ingested fish bone" หรือ "การเคลื่อนตัวของก้างปลาออกนอกหลอดอาหาร" ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยรับประทานปลาแล้วก้างปลาติดคอไม่สามารถนำออกได้ และปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ผู้ป่วยมักจะมีอาการบวม แดง และกดเจ็บบริเวณคอด้านนอก และในบางราย ก้างปลาอาจทิ่มออกมาจากผิวหนังให้เห็นได้ชัดเจน

สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ หากก้างปลาเคลื่อนที่ไปโดนเส้นเลือดสำคัญบริเวณลำคอ อาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ทันที นอกจากนี้ หากเกิดการติดเชื้อ อาจลุกลามเป็นการติดเชื้ออย่างรุนแรงบริเวณลำคอด้านใน และในกรณีที่รุนแรงที่สุด อาจพัฒนาไปสู่การเกิดฝีหนอง และลุกลามไปถึงช่องอกหรือหัวใจ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดังนั้น หากรับประทานปลาแล้วก้างปลาติดคอและไม่สามารถนำออกได้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ และหลีกเลี่ยงการใช้วิธีการแก้ไขแบบเดิม ๆ เช่น การปั้นข้าวหรือกลืนกล้วยเพื่อดันก้างปลา เพราะอาจทำให้ก้างปลาทิ่มลึกลงไปมากกว่าเดิมและเป็นอันตรายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ หากคลำพบก้อนผิดปกติบริเวณลำคอ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ และหากมีก้างปลาโผล่ออกมาให้เห็น ห้ามดึงออกเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เส้นเลือดสำคัญได้รับความเสียหายและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สำหรับกรณีที่เป็นข่าวและมีการดึงก้างปลาออกจนมีเลือดออกนั้น ถือเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ผู้ประสบเหตุไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ