ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบผู้ต้องหาบัญชีม้า รับโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พบเชื่อมโยงคดีออนไลน์กว่า 46 คดี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบผู้ต้องหาบัญชีม้า รับโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พบเชื่อมโยงคดีออนไลน์กว่า 46 คดี
ข่าวสังคม - โซเชียล

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบผู้ต้องหาบัญชีม้า รับโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พบเชื่อมโยงคดีออนไลน์กว่า 46 คดี

ฟังข่าวนี้

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ , พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ชัยวุฒิ เกียรติก้องกำจาย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฏา แก้วจาเครือ, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง, พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ศิลาพันธุ์ รอง ผกก.4 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.นุกูล ใจอารี สว.กก.4 บก.ป. ​เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.4 บก.ป. นำโดย โดย ว่าที่ พ.ต.ต.นุกูล ใจอารี สว.กก.4 บก.ป., ด.ต.ปณิธิ วงศ์ใหญ่, ด.ต.จรุงวัฒน์ กัลยาณวัตร, ด.ต.สามารถ อินทราย, ด.ต.เทพศักดิ์ พิมพาพันธ์ และด.ต.ณัฐวุฒิ เอี่ยมสอาด ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม น.ส.แก้วตา (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 10805/2568 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตน เป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือ เพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด สถานที่จับกุม บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ ม.7 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า ถูกหลอกให้ร่วมลงทุน ซื้อขาย หุ้นระยะสั้น โดยเป็นการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก และมีการโอนเงินไปยังบัญชีม้าหลายครั้ง หนึ่งในนั้นเป็นชื่อบัญชีของน.ส.พรนภาฯ ผู้ต้องหารายนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้ง ว่า น.ส.แก้วตา (นามสมมติ) ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 10805/2568 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 พักอยู่บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ ม.7 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางมาตรวจสอบตามที่แจ้งพบ น.ส.แก้วตา (นามสมมติ) อยู่บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ ม.7 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เข้าแสดงตนแสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้แสดงหมายจับศาลอาญาธนบุรี ให้ น.ส.พรนภาฯ ดูและให้อ่านเองจนเป็นที่เข้าใจดีแล้ว รับว่าตนเองเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับของศาลฯ นี้จริงและยังไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีตามหมายจับนี้ มาก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งให้ น.ส.แก้วตา (นามสมมติ) ทราบว่าจะต้องถูกจับกุมและแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ก่อนควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุมที่ สภ.บางปู ต.บางปูใหม่ อ.บางปูใหม่ จ.สมุทรปราการ เพื่อนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับที่ต้องการตัวเพิ่ม 2 หมายจับ คือ

1. หมายจับของศาลจังหวัดน่าน ที่จ.188/2568 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2568 โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องฯ ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด

2. หมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1539/2567 ลงวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด

จากการตรวจสอบในฐานระบบแจ้งความออนไลน์ พบบัญชีธนาคารของ น.ส.แก้วตา (นามสมมติ) ใช้สำหรับเป็นบัญชีรับเงินจากผู้เสียหายจำนวน 46 คดี สอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนไม่ได้ทำการฉ้อโกง โดยตนได้เคยถูกชักชวนให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร ได้รับค่าตอบแทนบัญชีธนาคารละ 5,000 บาท โดยตนได้ทำการเปิดบัญชีรวม 7 บัญชี จากนั้นได้ข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อรอสแกนหน้าโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร จากนั้นได้ถูกปล่อยตัวกลับประเทศไทย

เตือนภัย การเปิดบัญชีธนาคารโดยเอาไปให้คนอื่นใช้ โทษของเจ้าของบัญชี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ที่เป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 - 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ