ยายวัย 67 ปี ถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน หลังถูกบริษัทดัง ปลอมชื่อรับเงินเดือนกว่า 2 แสน เพื่อเลี่ยงภาษี ทั้งที่ชีวิตจริงใช้ฟืนหุงข้าว
ยายวัย 67 ปี ถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน หลังถูกบริษัทดัง ปลอมชื่อรับเงินเดือนกว่า 2 แสน เพื่อเลี่ยงภาษี ทั้งที่ชีวิตจริงใช้ฟืนหุงข้าว
ข่าวภูมิภาค

ยายวัย 67 ปี ถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน หลังถูกบริษัทดัง ปลอมชื่อรับเงินเดือนกว่า 2 แสน เพื่อเลี่ยงภาษี ทั้งที่ชีวิตจริงใช้ฟืนหุงข้าว

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า ชาวบ้านทั้งตำบลโคกสูง อำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ นับ 100 ราย กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังพบว่าชาวบ้าน ถูกบริษัทฯดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่ ถ.สี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก จ.กรุงเทพฯ นำรายชื่อไปรับเงินค่าตอบแทนการส่งเสริมการตลาด ของแต่ละเดือนกว่าเดือนละ 100,000 - 200,000 บาท จนเป็นเหตุทำให้ชาวบ้าน ถูกตัดสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ปี 2569 เนื่องจากมีข้อมูลหลักฐานการหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปรากฏในระบบการเสียภาษี ของกรมสรรพากรฯ จนทำให้ตกเกณฑ์ ทั้งที่จริงพวกชาวบ้านในตำบลโคกสูง ไม่เคยได้รับเงินเดือนค่าจ้างดังกล่าวเลยแม้แต่บาทเดียว

ชาวบ้านมาทราบเรื่อง เมื่อเดินทางทำเรื่องยื่นตรวจสอบสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ กับธนาคารกรุงไทย จึงทราบว่ามีคนเอาชื่อและเลขบัตรประชาชนของพวกตน ไปยื่นรับเงินเดือนละ 100,000-200,000 บาท จากบริษัทฯดังกล่าว จนทำให้พวกตน ถูกตัดสิทธิโครงการลงทะเบียนบัตรคนจน ปี 2569

จากการสอบถาม นางเปี่ยม ศิริรวง อายุ 67 ปี ชาวบ้านตำบลโคกสูง ทราบว่า เคยได้สิทธิ์บัตรคนจนมาโดยตลอดหลายปี อาศัยอยู่ในบ้านพักเก่าๆ เลี้ยงสามีที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ไม่มีรายได้อย่างอื่น ต้องอาศัยเงินยังชีพจากเงินผู้สูงอายุ 2 ตายาย เดือนละ 1,200 บาท เท่านั้น สภาพบ้านของคุณยายเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงเก่าๆ ฝาบ้านทำด้วยสังกะสีเป็นรู สภาพการเป็นอยู่แล้นแค้น ไม่มีเตาแก๊สในการหุงอาหารเพราะไม่มีเงินไปซื้อแก๊ส ต้องหาตัดไม้ฟื้นมาหุงหาอาหาร

เมื่อถามว่าทำไหมจึงถูกตัดสิทธิ์ ทราบว่าก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วได้มีบริษัทฯไปแจ้งหักภาษีให้ลูกจ้าง ส่งเสริมการขาย ของคุณยายเปี่ยม เดือนมกราคม-เดือนธันวาคม 2568 197,663.33 บาท ภาษี ณ ที่จ่ายจำนวน 5,929.90 บาท ซึ่งมีการจ่ายเงินทุกวันสิ้นเดือนของแต่ละเดือน ตั้งแต่ ต.ค.2568 - ธ.ค.2568 และเมื่อปี 2569 มีการจดเสียภาษี รวมจำนวนเงิน 244,909.05 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจำนวน 7,347.28 บาท เดือนมกราคม2569-เดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งมีการจ่ายเงินทุกวันสิ้นเดือนของแต่ละเดือน

เมื่อไปตรวจสอบสิทธิ์ที่ธนาคารฯจึงไม่ผ่าน และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ไปอุทรณ์ขอใช้สิทธิ์ที่สำนักงานสรรพากร อำเภอเมืองชัยภูมิ จึงทราบเรื่องดังกล่าว และเจ้าที่สรรพากรได้ให้ยายเปี่ยมพร้อมชาวบ้านอีก4-5คนได้ พากันเหมารถสามล้อเครื่องสกายแล๊ป คนละ 100 บาท ไปแจ้งความที่สภ.เมืองชัยภูมิดังกล่าว และขณะนี้พบว่าได้มีเจ้าหน้าที่จากอำเภอเมือง มาเอาข้อมูลไปและขณะนี้ยังพบว่ายังไม่ได้รับบัตรคนแต่อย่างใด

ยายเปี่ยม กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนรู้สึกเสียใจและตกใจมากเพราะเราไม่ได้มีฐานะร่ำรวยตามที่ระบบตรวจสอบพบและไม่เคยรู้จักกับบริษัทฯดังกล่าวและก็ไม่รับเงินรับทองจากบริษัทฯดังกล่าวเลยแม้แต่บาทเดียว เมื่อทราบเรื่องจึงพากันเหมาสามล้อเครื่องฯคนละ100บาท ไปตระเวนยื่นอุทธรณ์ เพราะกังวลว่าจะไม่ทันหรือไม่ได้สิทธิ์คืน หากเป็นไปได้ ก็อยากวอนขอให้ทางรัฐบาลช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง ทบทวนสิทธิ์สวัสดิการ ให้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ