จากกรณี เกิดเหตุพบศพชายและหญิงเสียชีวิตภายในรถเก๋งคันหนึ่งบริเวณย่านบางแวก กรุงเทพมหานคร โดยในที่เกิดเหตุพบว่าฝ่ายชายยังสวมถุงยางอนามัยอยู่ สร้างความสลดและข้อสงสัยให้กับสังคม ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
ด้านน้องชายของผู้เสียชีวิตฝ่ายหญิงให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองได้ไปทานสุกี้ร่วมกับพี่สาวในวันเกิดของพี่สาว จากนั้นได้กลับบ้าน และต่อมาพี่สาวได้ออกจากบ้านในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน โดยแจ้งว่ามีคนมารับ ก่อนจะไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้อีกเลย ทั้งนี้พี่สาวจบการศึกษาจาก กศน. เดินทางจากจังหวัดหนองคายเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ทำงานเป็นพนักงานขายชุดว่ายน้ำ โดยมีคนคุยหลายคน แต่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัว ขณะเดียวกันยังไม่สามารถติดต่อญาติฝั่งชายได้
ล่าสุด วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ทุบโต๊ะข่าว ได้รายงานจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพรถเก๋งของฝ่ายชายขับเข้ามาภายในซอยจุดเกิดเหตุ ก่อนจะถอยกลับไปรับฝ่ายหญิงบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของน้องชายที่ระบุว่ามีคนมารับพี่สาวในช่วงประมาณเที่ยงคืนกว่า หลังจากรับตัวฝ่ายหญิงแล้ว รถได้ขับไปจอดบริเวณริมกำแพงใกล้จุดเกิดเหตุ ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร

ภาพจากรายการ ทุบโต๊ะข่าว
ต่อมาเวลาประมาณ 04.00 น. ชาวบ้านเริ่มออกมาพบรถคันดังกล่าวจอดขวางทางเข้าออกบ้าน จึงพยายามเข้าไปเรียกและเปิดประตูรถ แต่ไม่มีการตอบสนองใด ๆ กระทั่งช่วงเช้าจึงพบว่าทั้งสองคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถ และจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีบุคคลที่สามเกี่ยวข้องขณะอยู่ในรถ

ภาพจากรายการ ทุบโต๊ะข่าว
ขณะที่กระแสสังคมตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิต ว่าอาจเกี่ยวข้องกับแก๊สในรถ การถูกฆาตกรรม หรือสาเหตุอื่น เนื่องจากสภาพศพมีรอยเขียวช้ำและมีน้ำลายฟูมปาก จึงต้องรอผลการชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัด
ด้าน รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี หรือหมอหมู อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้ความเห็นจากข้อมูลเบื้องต้นว่า สาเหตุมีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับสารพิษ ก๊าซพิษ หรือสารเสพติด เนื่องจากพบลักษณะน้ำลายฟูมปากร่วมด้วย
โดยระบุว่า สาเหตุที่ทำให้คนสองคนเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันพร้อมกันภายในรถ อาจเกิดจากสารพิษ ก๊าซพิษ หรือยาเสพติด ส่วนกรณีโรคเฉียบพลันมีโอกาสน้อยมาก อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถตัดประเด็นการฆาตกรรมอำพรางออกได้
พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า กรณีนี้มีความเป็นไปได้ว่าผู้เสียชีวิตอาจได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งไม่มีสีและไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและอาจรั่วเข้าสู่ห้องโดยสาร โดยเฉพาะในรถที่มีสภาพเก่า ผู้ที่ได้รับก๊าซดังกล่าวอาจหมดสติโดยไม่รู้ตัวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ลักษณะศพอาจคล้ายคนนอนหลับ และบางรายพบมีน้ำลายฟูมปากได้

ภาพจากรายการ ทุบโต๊ะข่าว
ส่วนกรณีสารพิษหรือสารเสพติด อาจเกิดจากการรับเข้าสู่ร่างกายก่อนหรือระหว่างอยู่ในรถ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากการผ่าชันสูตรและการตรวจเลือดเพื่อหาค่าคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน รวมถึงสารพิษและสารเสพติดต่าง ๆ เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตในคดีนี้