วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ร.ต.ท.ธนนนท์ สวนแก้วมณี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.อุทัย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุพบหญิงเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ที่จอดอยู่ในโรงจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ภายในโรงจอดรถ โดยกระจกหน้าต่างด้านหลังฝั่งขวาถูกทุบแตกจากการที่พลเมืองดีช่วยกันเปิดทางเข้าไปตรวจสอบ ภายในรถพบร่าง น.ส.นภัชศร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณเบาะคนขับ และพบกระทะไฟฟ้าวางอยู่ภายในรถ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการถูกทำร้ายร่างกาย ขณะที่ทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เสียชีวิต ทั้งกระเป๋าสะพาย แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ ยังอยู่ภายในรถครบถ้วน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและกันพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบ
เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณปากซอย ซึ่งสามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้ในระยะไกล พบว่าเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เวลา 21.11 น. ผู้เสียชีวิตเดินลงจากรถยนต์ โดยถือกระทะไฟฟ้าไว้ in มือ ก่อนเดินเข้าไปยังห้องพัก และกลับมายังรถของตนเองในเวลาประมาณ 21.32 น. พร้อมกระทะไฟฟ้า หลังจากนั้นไม่ปรากฏภาพเดินออกจากรถอีกเลย

ต่อมาในช่วงค่ำของวันที่ 18 มิถุนายน เวลาประมาณ 20.40 น. กล้องวงจรปิดบันทึกภาพพลเมืองดีหลายคนวิ่งเข้าไปยังบริเวณโรงจอดรถ หลังได้รับแจ้งว่ามีหญิงหมดสติอยู่ภายในรถ ก่อนจะช่วยกันทุบกระจกเพื่อตรวจสอบ แต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว
นายบังเอิญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าช่วยเหลือ เปิดเผยว่า นายจ้างของผู้เสียชีวิตเดินทางมาตามหา เนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้และผู้เสียชีวิตไม่ได้ไปทำงานตั้งแต่ช่วงเช้าของวันดังกล่าว
เมื่อเดินทางมาถึงหอพักและตรวจสอบภายในรถ พบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถพร้อมกระทะไฟฟ้า จึงขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่ใกล้เคียงให้ช่วยเปิดรถ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว
นายบังเอิญระบุอีกว่า ตนรู้จักกับผู้เสียชีวิตเพราะพักอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน โดยปกติผู้เสียชีวิตมักออกมาพูดคุยกับเพื่อนบ้าน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าบริเวณปากซอยเป็นประจำ แต่ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาไม่พบเห็นออกมาพบปะผู้คนเหมือนเช่นเคย

ด้าน นางพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี แม่ค้าภายในซอย ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งนี้มานานกว่า 10 ปี และเดินทางไปทำงานที่จังหวัดสระบุรีเป็นประจำ โดยในช่วงเย็นของวันที่ 17 มิถุนายน ยังพบผู้เสียชีวิตเดินทางกลับจากที่ทำงานตามปกติ ก่อนจะมาทราบข่าวการเสียชีวิตในวันถัดมา
ทั้งนี้ จากที่รู้จักกัน ผู้เสียชีวิตไม่เคยเล่าปัญหาส่วนตัวให้ฟัง และเป็นคนอัธยาศัยดี มักพูดคุยกับเพื่อนบ้านอยู่เสมอ
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายหรือทรัพย์สินสูญหาย พร้อมประสานญาติของผู้เสียชีวิตเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์นำร่างส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป