นายกฯ สั่งด่วน! หนุนกองทัพใช้อาวุธ Made in Thailand
นายกฯ สั่งด่วน! หนุนกองทัพใช้อาวุธ Made in Thailand
ข่าวการเมือง

นายกฯ สั่งด่วน! หนุนกองทัพใช้อาวุธ Made in Thailand

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (30 ก.ค. 69) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวจากการเป็นผู้จัดหา ไปสู่การเป็นผู้พัฒนาและผู้ผลิตเทคโนโลยีด้านความมั่นคงด้วยตนเอง พร้อมส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ Made in Thailand เพื่อให้เม็ดเงินด้านความมั่นคงหมุนเวียนในประเทศ สร้างงาน พัฒนาบุคลากร และเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการไทย

นายกรัฐมนตรีได้ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รับรายงานผลการจัดงาน THAIDEF-EX 2026 ระหว่างวันที่ 8–10 กรกฎาคม 2569 ซึ่งประสบความสำเร็จ มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดง 112 บูธ มีผู้เข้าชมกว่า 4,000 คน และเกิดการจับคู่ธุรกิจ 53 คู่ค้า คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยที่กำลังเติบโตทั้งด้านเทคโนโลยี การลงทุน และการส่งออก

จากผลสำเร็จดังกล่าว นายอนุทินได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันผลงานวิจัย เทคโนโลยี ยุทโธปกรณ์ และนวัตกรรมที่พัฒนาโดยคนไทยให้สามารถนำไปใช้งานได้จริง พร้อมสนับสนุนให้กองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงพิจารณาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตและก้าวสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระดับสากล

ด้านกระทรวงกลาโหมได้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม โดย พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดและเหล่าทัพพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์ Made in Thailand ควบคู่กับการดำเนินนโยบาย Offset Policy และการกำหนดสัดส่วน Local Content เพื่อเพิ่มการถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับอุตสาหกรรมไทย และพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมและนวัตกรรมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นอกจากนี้ ไทยยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยในการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 13–14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้หารือการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศร่วมกัน รวมถึงการต่อยอดโครงการผลิตรถยานเกราะล้อยาง First Win และแสวงหาความร่วมมือด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานกับบริษัท AIROD ของมาเลเซีย เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทยและขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะผลักดันการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ในช่วงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย–มาเลเซีย ช่วงปลายปีนี้ เพื่อวางรากฐานความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในระยะยาว

น.ส.รัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกระทรวงกลาโหมและกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคง ทั้งในภาคการทหารและเทคโนโลยีแบบใช้งานสองทาง (Dual-use) ให้สามารถนำไปผลิตและใช้งานได้จริง ทั้งในด้านสาธารณประโยชน์และเชิงพาณิชย์ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า และส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ

รัฐบาลย้ำว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศไม่ได้มีบทบาทเฉพาะด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถสร้างนวัตกรรม พัฒนาบุคลากรคุณภาพ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการไทย การสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ Made in Thailand ควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน จะช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ เพิ่มการพึ่งพาตนเอง และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมส่งออกที่มีมูลค่าสูงในอนาคต ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ