สส.สหัสวัต จี้แรงงานช่วยคนไทยในญี่ปุ่น หลังแผ่นดินไหว ย้ำไม่ใช่ภาระกงสุลฝ่ายเดียว
สส.สหัสวัต จี้แรงงานช่วยคนไทยในญี่ปุ่น หลังแผ่นดินไหว ย้ำไม่ใช่ภาระกงสุลฝ่ายเดียว
ข่าวการเมือง

สส.สหัสวัต จี้แรงงานช่วยคนไทยในญี่ปุ่น หลังแผ่นดินไหว ย้ำไม่ใช่ภาระกงสุลฝ่ายเดียว

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ภายหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ในจังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ ได้รายงานเบื้องต้นว่ามีคนไทยพำนักอยู่ในจังหวัดคุมาโมโตะจำนวน 455 คน โดยผู้ที่สามารถติดต่อได้แจ้งว่าปลอดภัย และยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บร้ายแรง แต่บางส่วนประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา หรือแก๊สใช้เป็นการชั่วคราว ทำให้ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิง

นายสหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความห่วงใยต่อประชาชนญี่ปุ่น คนไทย และโดยเฉพาะแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำว่า แม้รายงานเบื้องต้นจะระบุว่ายังไม่มีแรงงานไทยได้รับอันตรายร้ายแรง แต่ ปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของทุกคนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นายสหัสวัตได้มีข้อเสนอต่อกระทรวงแรงงานว่า ควรมีบทบาทสนับสนุนการดูแลแรงงานไทยร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ สำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น ทางการท้องถิ่น นายจ้าง และเครือข่ายคนไทยในพื้นที่ ไม่ควรปล่อยให้ภาระทั้งหมดอยู่กับสถานกงสุล หรือรอให้แรงงานที่กำลังตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินเป็นฝ่ายติดต่อขอความช่วยเหลือเข้ามาเอง

ข้อเสนอของนายสหัสวัตประกอบด้วย 3 ประการหลัก ได้แก่

ประการแรก กระทรวงแรงงานต้องเร่งตรวจสอบว่าในพื้นที่ได้รับผลกระทบมีแรงงานไทยทำงานอยู่สถานประกอบการใดบ้าง พักอาศัยอยู่ที่ใด พร้อมติดตามแรงงานเป็นรายบุคคล โดยแยกให้ชัดว่าใครยังติดต่อไม่ได้ ใครต้องอพยพ ใครมีปัญหาเรื่องที่พัก หรือประสบปัญหาใดบ้าง

ประการที่สอง ประเทศญี่ปุ่นมีกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานประกอบการ และการจัดการภัยพิบัติที่ดีเยี่ยม แม้จะเชื่อมั่นว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะสามารถกำกับดูแลสถานประกอบการเพื่อดูแลแรงงานไทยได้อย่างดี แต่กระทรวงแรงงานของไทยก็ควรติดตามให้แรงงานไทยผู้ได้รับผลกระทบทุกคนได้รับสิทธิที่พึงมี และควรมีประกาศแจ้งสิทธิของแรงงานตามกฎหมายญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย เพื่อทำความเข้าใจกับแรงงานทุกคน ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และได้รับสิทธิตามกฎหมายญี่ปุ่น ตั้งแต่เรื่องการได้รับค่าชดเชย การกลับไปทำงาน สถานะการพำนัก และการจัดการกับเอกสารที่อาจได้รับความเสียหาย

ประการที่สาม ต้องจัดช่องทางติดต่อฉุกเฉินที่แรงงานเข้าถึงได้จริงตลอดเวลา พร้อมจัดข้อมูลภาษาไทยเกี่ยวกับการรับความช่วยเหลือ และข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงต้องมีช่องทางสำรองสำหรับพื้นที่ที่ระบบโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตขัดข้อง และต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือระยะต่อไป เช่น การจัดหาที่พักชั่วคราว การออกหนังสือเดินทางหรือเอกสารสำคัญทดแทน การประสานสิทธิประกันและค่าชดเชย การย้ายสถานประกอบการในกรณีที่ไม่สามารถกลับไปทำงานได้ ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทย

นายสหัสวัตย้ำว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปเพื่อการดูแลแรงงานไทยในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานโดยตรง จึงไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศหรือสถานกงสุลเพียงฝ่ายเดียว สถานกงสุลมีภารกิจช่วยเหลือคนไทยในภาวะฉุกเฉิน แต่เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน สิทธิจากการจ้างงาน และการประสานกับนายจ้าง เป็นภารกิจที่กระทรวงแรงงานต้องเข้ามารับผิดชอบร่วมด้วย

ในท้ายที่สุด นายสหัสวัตกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้แรงงานไทยทุกคนรู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ตามลำพัง รับรู้ว่าพวกเขากำลังเผชิญปัญหาอะไร และพร้อมช่วยเหลือไม่เพียงแต่ในวันที่เกิดภัยพิบัติ แต่รวมถึงช่วงเวลาหลังภัยพิบัติที่จะเกี่ยวข้องกับงานและการดำเนินชีวิตต่อไป พร้อมเป็นกำลังใจให้ชาวญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่กู้ภัย คนไทย และแรงงานทุกคนในพื้นที่ ขอให้ทุกคนปลอดภัย และผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้โดยเร็วที่สุด และเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานมีการติดต่อ ดูแล และคุ้มครองสิทธิของแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมตามสมควรต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ