เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. โฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 7/2569 โดยมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ
โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สิน ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่น ๆ โดยสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้
ยึดทรัพย์ ชนนพัฒฐ์ เพิ่ม 12 ล้าน
คดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว กับพวก กรณีนี้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ในครั้งนี้ พบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม
คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพิ่มเติมอีก 11 รายการ อาทิ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สินค้าแบรนด์เนม ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท
ยึด-อายัดทรัพย์คดีฉ้อโกง 70 ล้าน
นอกจากนี้ ยังมีคดีกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหาย ชื่อบัญชีนายบุลากร กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 6 รายการ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท
คดี แม็กซิมเทรดเดอร์ฯ ยึดทรัพย์ 970 ล้าน
คดี บริษัท แม็กซิมเทรดเดอร์ฯ โดยนายนีโอฮับ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือ ชักจูง โน้มน้าว จัดสัมมนาแสดงผลตอบแทน เพื่อให้ผู้เสียหายเข้ามาร่วมลงทุน ตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงกลุ่มผู้กระทำความผิดในประเทศจีน
มีการถือครองทรัพย์สินแทนกัน ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินผ่านบุคคลและนิติบุคคลในลักษณะเป็นนอมินี ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 1,135 รายการ เป็นพวกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด รวมมูลค่าประมาณ 971 ล้านบาท
ยึดทรัพย์สินรวม 4 ล้าน คดีลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า
คดี นายประดิษฐ์ กับพวก กรณีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 4 รายการ ที่ดิน และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาล มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 11 รายคดี ทรัพย์สิน 145 รายการ มูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึด และอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
มีคดีที่น่าสนใจอาทิ น.ส.สิฬิฬินณนี กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับกรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 2 รายการ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท
คดีนายชวิศร์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับกรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีพฤติการณ์แสดงตนว่า เป็นผู้วิเศษ ชักชวนทำกิจกรรมธรรมะ หลอกให้โอนเงินค่าลดกรรม โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 14 รายการ เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท
คดีของกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมไฮบริดจ์สแกมข้ามชาติ ชื่อบัญชี นายวิศิษฎ์ กับพวก โดยหลอกลวงผู้เสียหายผ่านช่องทางโซเซียลมีเดีย หลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ มีธุรกรรมการโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด โอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผิดปกติ มีเส้นทางทางการเงินเชื่อมโยง ไปยังกลุ่มผู้กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และเป็นความผิดฐานฟอกเงิน
โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 33 รายการ เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท