วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 (กก.สส.ปป.บก.ตม.2) จับกุม นายธีรพงษ์ หรือ โค้ชเจมส์ หนึ่งในสองผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา คดีเกี่ยวกับการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังเดินทางกลับเข้าประเทศไทยจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สำหรับหมายจับดังกล่าว ระบุข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 โดยการสืบสวนของดีเอสไอพบว่า นายธีรพงษ์อยู่ในกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือ Introducing Broker (IB) ซึ่งมีบทบาทในการให้คำแนะนำและสอนการซื้อขาย Forex ก่อนชักชวนผู้ที่สนใจไปเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมกับโบรกเกอร์ในเครือข่ายเดียวกัน
นอกจากนี้ แนวทางการสืบสวนยังพบว่า เส้นทางการเงินของกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์และบริษัทเพย์เมนต์รับชำระเงิน ซึ่งเป็นบริษัทที่ผู้เสียหายจำนวนมากในคดีได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ก่อนหน้านี้
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการจับกุม ก่อนควบคุมตัวนายธีรพงษ์ส่งมอบให้คณะพนักงานสอบสวน กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 9 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยตลอดกระบวนการจับกุมและควบคุมตัว มีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
ต่อมาเมื่อเวลา 11.25 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายธีรพงษ์มาถึงศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) โดยพบว่า ผู้ต้องหาสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยและไม่ได้ใส่กุญแจมือระหว่างการควบคุมตัว
ระหว่างถูกนำตัวเข้าสอบสวน สื่อมวลชนพยายามสอบถามว่า ต้องการชี้แจงข้อกล่าวหาหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับการลงทุน Forex ซึ่งถูกมองว่ามีประโยชน์ต่อผู้ลงทุนอย่างไร นายธีรพงษ์เพียงยิ้มและพยักหน้ารับ แต่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด
ด้านนายอมร กุศล ทนายความของนายธีรพงษ์ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดซักถามเนื้อหาภายในคดี พร้อมระบุว่าจะเป็นผู้ชี้แจงแทนลูกความทั้งหมด โดยเมื่อถูกถามว่า นายธีรพงษ์ยืนยันหรือไม่ว่าไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา นายอมรกล่าวว่า ลูกความพร้อมเข้าสู่กระบวนการชี้แจงข้อเท็จจริง และก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือขอทราบประเด็นการสอบสวนต่อพนักงานสอบสวนแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารู้สึกแปลกใจที่มีการขอศาลออกหมายจับ ทั้งที่ลูกความให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือข้อหาฉ้อโกงประชาชน
ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า สามารถจับกุมนายธีรพงษ์ หรือโค้ชเจมส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มแม่ทีมและผู้ชักชวนลงทุน Forex ได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของดีเอสไอ
ส่วนการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวนั้น จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน หากเห็นว่าไม่สมควรให้ประกันตัว ก็จะนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลเพื่อขออำนาจฝากขังตามขั้นตอน
สำหรับกรณีที่ศาลไม่อนุมัติหมายจับ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ดีเอสไอเห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอที่จะยื่นคำร้องขอออกหมายจับ แต่เมื่อศาลมีคำสั่งให้ใช้วิธีออกหมายเรียกแทน ก็ถือเป็นกระบวนการตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าการดำเนินคดีไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง แต่เป็นการดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มี
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าพบธุรกรรมทางการเงินของนายภาวุธเกี่ยวข้องกับเงินหมุนเวียนมูลค่า 833 ล้านบาท แทนตัวเลข 28 ล้านบาทที่เคยมีรายงานก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า รายละเอียดดังกล่าวเป็นข้อมูลในสำนวนสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนและกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเป็นผู้ชี้แจงต่อไป