กองทัพภาคที่ 2 แจงปม หลังถูกกัมพูชากล่าวหารุกล้ำชายแดน
กองทัพภาคที่ 2 แจงปม หลังถูกกัมพูชากล่าวหารุกล้ำชายแดน
ข่าวการเมือง

กองทัพภาคที่ 2 แจงปม หลังถูกกัมพูชากล่าวหารุกล้ำชายแดน

ฟังข่าวนี้

กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกชี้แจงกรณีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ประท้วงฝ่ายไทย โดยกล่าวหาว่ากำลังทหารไทยมีการละเมิดดินแดนในพื้นที่ ตำบลอัมปึล อำเภอบันเตียอัมปึล จังหวัดอุดรมีชัย พร้อมระบุว่ามีการตัดไม้และติดตั้งลวดหนามบริเวณด่านชายแดนที่ 26 ซึ่งฝ่ายกัมพูชามองว่าเป็นการรุกล้ำอธิปไตยและขัดต่อบันทึกความเข้าใจ MOU รวมถึงขัดต่อปฏิญญาร่วมการประชุมพิเศษคณะกรรมการชายแดนทั่วไป GBC ครั้งที่ 3

ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่าการปฏิบัติภารกิจและการดำเนินมาตรการปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมด อยู่ภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่มีลักษณะเป็นการรุกล้ำดินแดนประเทศเพื่อนบ้านตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยไม่ขัดต่อบันทึกความเข้าใจ MOU หรือปฏิญญาร่วม GBC ครั้งที่ 3 เนื่องจากเป็นมาตรการด้านความมั่นคงภายในเขตแดนไทย เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยไม่มีเจตนาเปลี่ยนแปลงสภาพแนวเขตหรือใช้กำลังคุกคามฝ่ายใด อีกทั้งยังดำเนินการภายใต้กรอบข้อตกลงหยุดยิง Joint Statement เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ โดยยึดหลักสันติวิธีและไม่มุ่งเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนด้วยกำลัง

สำหรับที่มาของการดำเนินมาตรการในพื้นที่ดังกล่าว สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 โดยมีราษฎรไทยในพื้นที่บ้านสายโท ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เข้าไปหาของป่าและจับอึ่งบริเวณท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้ ตำบลจันทบเพชร ก่อนพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย พร้อมได้ยินเสียงสนทนาเป็นภาษากัมพูชาและเสียงคล้ายอาวุธปืน ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวและต้องหลบหนีออกจากพื้นที่

หลังได้รับแจ้งเหตุ กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครอง กองร้อยทหารพราน และหน่วยงานความมั่นคง เข้าตรวจสอบโดยทันที พร้อมนำผู้ที่เกี่ยวข้องไปชี้จุดเกิดเหตุ และสามารถติดตามนำรถจักรยานยนต์ที่ถูกทิ้งไว้กลับคืนเจ้าของได้อย่างครบถ้วน จากการตรวจสอบไม่พบการตั้งฐานที่มั่น สิ่งปลูกสร้าง หรือกิจกรรมทางทหารในพื้นที่ โดยคาดว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เคลื่อนย้ายออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าถึงพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านการข่าวระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นแหล่งกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน เช่น การปล้นสะดม การเรียกค่าไถ่ การลักลอบนำยานพาหนะข้ามแดน การลำเลียงยาเสพติด และการค้าอาวุธผิดกฎหมาย รวมถึงการกระทำผิดอื่น ๆ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยตามแนวชายแดน และเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทยในพื้นที่

สำหรับกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาระบุว่ามีการตัดไม้ กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่าเป็นการถากถางและปรับพื้นที่เท่าที่จำเป็น โดยดำเนินการภายในเขตแดนของประเทศไทยทั้งหมด ไม่ได้มีการรุกล้ำหรือทำลายทรัพยากรในเขตประเทศเพื่อนบ้าน และการยกระดับมาตรการในช่วงเดือนมิถุนายน เป็นผลจากการประเมินสถานการณ์ต่อเนื่องภายหลังเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม เพื่อให้การจัดระเบียบพื้นที่มีความรอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันจะยังคงบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและควบคุมพื้นที่ชายแดน โดยยึดแนวทางปฏิบัติอย่างรอบคอบ สุขุม ใช้วิธีสันติ และพร้อมปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ