วันที่ 23 มิถุนายน 2569 บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เปิดใจ หลังลงพื้นที่ชายแดน จ.ตราด เพื่อนำเสบียงและส่งมอบกำลังใจให้ทหารพรานและทหารนาวิกโยธิน (นย.) พร้อมเปิดเผยถึงสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากของกำลังพล รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดล่าสุดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
บุ๋ม ปนัดดา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พบว่าทหารนาวิกโยธินต้องปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความกันดารและข้อจำกัดหลายด้าน แต่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มักไม่ร้องขอความช่วยเหลือ ตนจึงตั้งใจสนับสนุนระบบไฟฟ้าให้กับฐานปฏิบัติการ และได้นำเรื่องไปปรึกษา “อาจารย์ไก่” ก่อนที่แฟนคลับจะร่วมกันระดมทุนเพิ่มเติม พร้อมส่งทีมช่างมืออาชีพลงพื้นที่ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้เวลาติดตั้งเฉลี่ยฐานละประมาณ 20 นาที จนสามารถส่งมอบระบบไฟฟ้าให้กับฐานทหารได้รวม 30 ฐาน
นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งไฟสปอตไลต์ส่องสว่างตามแนวชายแดน ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันการลักลอบเข้ามาในพื้นที่ยามค่ำคืนแล้ว ยังช่วยลดความกดดันของกำลังพลที่ต้องเฝ้าระวังทุกความเคลื่อนไหวภายในป่าทึบ ทำให้สามารถตรวจตราพื้นที่ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บุ๋ม ปนัดดา ยังเล่าถึงเหตุการณ์ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่บ้านชำราก พื้นที่หุบเขาติดแนวชายแดน โดยระบุว่าตนได้เผชิญหน้ากับกองกำลังฝั่งกัมพูชาในระยะห่างเพียงราว 200 เมตร ซึ่งอีกฝ่ายมีพฤติกรรมคอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของฝั่งไทยอยู่ตลอด ตอนแรกเขาขี่มอเตอร์ไซค์มาดูหน้ากัน 2 คน จากนั้นก็ไปตามพวกมาเพิ่มเป็น 6 คน มีการใช้กล้องส่องตรวจการณ์มาทางฝั่งเราด้วย แซวขำ ๆ ว่า เขาอาจจะลือกันว่าเราเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของกองทัพไทยตามที่สื่อคอยช่วยลงข่าว เลยเดินทางมาแอบดู
ส่วนสถานการณ์ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา มีกองกำลังฝั่งตรงข้ามพยายามลักลอบตัดลวดหนามแนวชายแดนเพื่อเข้ามาสอดแนม แต่เกิดพลาดไปเหยียบทุ่นระเบิดเก่าที่ถูกวางทิ้งไว้ จนเกิดระเบิดขึ้นและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยคาดว่าฝั่งตรงข้ามอาจไม่ยอมรับข้อเท็จจริง และอาจใช้วิธีเผยแพร่ข่าวบิดเบือน หรือ Fake News กล่าวหาว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ขว้างระเบิดใส่ หรืออ้างว่าเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุจากกวางป่า