ถึงว่าโดนหนัก! เผยสาเหตุ ศาลสั่งจำคุก อดีตผู้ว่าฯ อุบลฯ 27 ปี เมียก็ไม่รอด
ถึงว่าโดนหนัก! เผยสาเหตุ ศาลสั่งจำคุก อดีตผู้ว่าฯ อุบลฯ 27 ปี เมียก็ไม่รอด
ข่าวการเมือง

ถึงว่าโดนหนัก! เผยสาเหตุ ศาลสั่งจำคุก อดีตผู้ว่าฯ อุบลฯ 27 ปี เมียก็ไม่รอด

ฟังข่าวนี้

จากกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 3 มีคำพิพากษาในคดีทุจริตการจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินด้านพืชในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยพิพากษาลงโทษ นายวิชิต ชาตไพสิฐ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี จำคุก 27 ปี รวมถึง ศาลยังมีคำพิพากษาให้ภรรยาของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดรับโทษจำคุก 6 ปี ขณะที่นักธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในคดีดังกล่าว ถูกพิพากษาจำคุก 12 ปี เนื่องจากถือเป็นการทุจริตด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่าสูง นั้น

โดยคดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินด้านพืชในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ช่วงปี 2553-2555 ซึ่งมีการใช้งบประมาณจากเงินทดรองราชการในการจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ต่อมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบการดำเนินโครงการ และพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติด้านพืชหลายครั้ง ทั้งที่บางพื้นที่ไม่ได้มีสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชรุนแรงผิดปกติจากสภาพตามฤดูกาล ส่งผลให้เกิดการอนุมัติงบประมาณจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ในการจัดซื้อสารเคมีดังกล่าว

จากข้อมูลในสำนวนคดี ระบุว่ามีการจัดสรรเงินทดรองราชการรวมกว่า 1,229 ล้านบาท และพบข้อกล่าวหาว่าสารเคมีบางรายการถูกจัดซื้อในราคาสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 5.7-10 เท่า จนนำไปสู่การตรวจสอบเชิงลึกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลการไต่สวนยังพบว่า คดีดังกล่าวมีผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 179 ราย ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้บริหารระดับจังหวัด และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการดังกล่าว

ระหว่างการดำเนินคดี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดี มูลค่ากว่า 384 ล้านบาท โดยระบุว่าเป็นทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคำพิพากษาดังกล่าว พร้อมระบุว่า คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีทุจริตด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่าสูงและใช้เวลาตรวจสอบยาวนานมากกว่าหนึ่งทศวรรษ สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานหลายปี อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด โดยคู่ความทุกฝ่ายยังมีสิทธิดำเนินการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ