สส.ปชน. นำกลุ่มแม่บ้านสภาที่ถูกเลิกจ้างร้อง กมธ.แรงงาน เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่แจ้งล่วงหน้า
สส.ปชน. นำกลุ่มแม่บ้านสภาที่ถูกเลิกจ้างร้อง กมธ.แรงงาน เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่แจ้งล่วงหน้า
ข่าวการเมือง

สส.ปชน. นำกลุ่มแม่บ้านสภาที่ถูกเลิกจ้างร้อง กมธ.แรงงาน เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่แจ้งล่วงหน้า

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (1 ต.ค. 2568) นางสาววรรณวิภา ไม้สน สส.พรรคประชาชน นำกลุ่มแม่บ้านสภาที่ถูกเลิกจ้าง ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการแรงงาน โดยมีนายเซีย จำปาทอง รองประธานกรรมาธิการแรงงาน เป็นผู้แทนในการรับเรื่อง โดยนางนิชุดา แก้วมาตย์ และกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งเป็นลูกจ้างบริษัทภายนอกที่ได้รับทำความสะอาดกับรัฐสภา แต่เนื่องจากบริษัทเดิมได้ครบอายุสัญญาจ้าง และไม่ได้รับการพิจารณาในการต่อสัญญาจากสาเหตุดังกล่าว เป็นเหตุให้ ช้าพเจ้าและเพื่อนรวมราว18 คน ซึ่งเป็นแม่บ้าน และพ่อบ้านรัฐสภา ที่ทำงานสภาไม่ต่ำกว่า 5 ปี ไม่ได้รับการจ้างงานต่อ โดยไม่ได้แจ้งเหตุล่วงหน้า

ส่วนบุคคคลผู้ใด้รับการจ้างงานต่อจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงชุดยูนิฟอร์มใหม่ ราคาชุดละประมาณ 800 บาท และชุดเคลียร์งานใส่เฉพาะวันอาทิตย์ ราคาชุดละประมาณ 310 บาท และต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นสีขาวเพื่อให้เป็นไปตามกฎบริษัทใหม่ รวมๆแล้วแม่บ้านหนึ่งคนต้องมีค่าใช้จ่ายราว ๆ 2,000 บาท หากเทียบกับค่าจ้างแม่บ้านต้องทำงานถึงเกือบ 1 สัปดาห์ เพื่อนำเงินมาชำระค่าเครื่องแบบ จึงไม่แน่ใจว่าบริษัทที่ได้รับการต่อสัญญาในปัจจุบัน จะได้รับต่อสัญญาใดคราวถัดๆไปอีกหรือไม่ดังนั้น ขอความเป็นธรรมที่ไม่ได้รับการจ้างงาน อีกทั้งวิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวเนื่องกับเครื่องแบบแม่บ้านในการทำงานเพื่อไม่ให้แม่บ้านในรัฐสภาต้องเสียค่าใช้จ่ายจากเครื่องแบบเมื่อรัฐภาเปลี่ยนคู่สัญญาในการทำ ความสะอาดต่อไป

แม่บ้านสภาถูกเอารัดเอาเปรียบในหลายด้านเพียงเพราะเปลี่ยนแปลงบริษัทใหม่ ล่าสุดต้องเสียเงินเองเพื่อซื้อชุดแม่บ้านชุดใหม่ ทั้งที่ผู้จัดการแจ้งว่าการต่อสัญญาครั้งนี้เพียงแค่ 2 เดือน สัญญาแบบนี้มีด้วยเหรอ เพราะเมื่อผ่านไป2 เดือน หากต้องเปลี่ยนบริษัทใหม่ต้องเปลี่ยนชุดใหม่ กลายเป็นว่าแม่บ้านกว่า 300 คนในสภา ต้องเสียงเงินเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนบริษัท จำนวนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท ทั้งที่เป็นค่าแรงของเขาทั้งอาทิตย์ นางสาววรรณวิภา กล่าว

นางสาววรรณวิภา กล่าวอีกว่า การที่พาแม่บ้านที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า หรือมีการร้องเรียนว่าทำตัวไม่ดีมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และไม่ต่อสัญญา โดยบริษัทที่รับผิดชอบในการจ้างงานต่อ ต้องยึดตามกฎหมายแรงงาน เพราะดูจากอายุกลุ่มแม่บ้านมีอายุมาก จะลำบากไปหางานใหม่ ไม่มีใครจ้าง ดังนั้นขอเรียกร้องให้กรรมาธิการแรงงานดูการเลิกจ้าง สัญญาจ้าง ที่เป็นธรรมหรือไม่ ส่วนการต่อสัญญาบริษัทแม่บ้านของกิจการสภา เป็นการต่อสัญญาแบบปีงบประมาณหรือไม่ และการต่อสัญญาให้บริษัทใหม่ต้องไม่เอารัดเอาเปรียบพนักงานกลุ่มแม่บ้าน

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ