เดือด! อนุทิน แฉเบื้องหลัง กรณีถูกกดดันให้พ้น มท.1 สมัยรัฐบาลแพทองธาร
เดือด! อนุทิน แฉเบื้องหลัง กรณีถูกกดดันให้พ้น มท.1 สมัยรัฐบาลแพทองธาร
ข่าวการเมือง

เดือด! อนุทิน แฉเบื้องหลัง กรณีถูกกดดันให้พ้น มท.1 สมัยรัฐบาลแพทองธาร

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ในการประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงกรณีถูก น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย พาดพิงถึงคำกล่าวของสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เคยระบุว่า ไทยจะเปลี่ยนผู้นำภายใน 3 เดือน และปรากฏว่าประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่จริง

นายอนุทิน ยืนยันว่า ตนไม่เคยรู้จักฮุน เซน เป็นการส่วนตัว และพบกันครั้งแรกในการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุว่าไม่มี ลุง หรือ อังเคิล ในกัมพูชา มีเพียงเพื่อนที่รู้จักกันเท่านั้น และไม่เคยใช้ความสัมพันธ์ใด ๆ เพื่อแทรกแซงการเมือง

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า เคยได้รับการแจ้งจากพรรคเพื่อไทยให้สละตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีสาธารณสุขแทน ซึ่งตนมองว่าเป็นความพยายามผลักให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แต่ยืนยันว่า เหตุผลสำคัญที่พรรคตัดสินใจถอนตัว ไม่ใช่เรื่องเก้าอี้รัฐมนตรี แต่เป็นเพราะ คลิปเสียงอังเคิล ที่ทำให้รัฐบาลขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ

หลังการถอนตัว พรรคภูมิใจไทยได้หารือกับพรรคประชาชนและลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOA) โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยุบสภาภายใน 4 เดือน และเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายอนุทินย้ำว่าตนในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะปฏิบัติตามข้อตกลงนี้อย่างเคร่งครัด

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และคดีที่ดินเขากระโดง นายอนุทินปฏิเสธชัดเจนว่า ไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่กดดันเจ้าหน้าที่ และทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรม พร้อมเรียกร้องให้ น.ส.จิราพร ถอนคำพูดที่ระบุว่าตนเป็นผู้ต้องหา เพราะปัจจุบันยังอยู่ในขั้นผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น

ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังตอบโต้กรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า ประชาชนจะเป็นผู้ชี้ชะตารัฐบาลในอีก 4 เดือน โดยย้ำว่า ประชาชนได้แสดงเจตจำนงแล้วในการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดศรีสะเกษเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ระหว่างการชี้แจง ได้เกิดการประท้วงจาก น.ส.จิราพร ที่เห็นว่านายอนุทินเล่าซีนดราม่า แต่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่า สิ่งที่พูดคือข้อเท็จจริง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ