“พิง ลำพระเพลิง” เปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ออกอากาศวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม เวลา 10.00 น. ทางช่องวัน 31 ย้อนเล่าเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ตั้งแต่วัยเด็กที่เติบโตในสลัม ท่ามกลางปัญหายาเสพติด ความฝันที่อยากเป็นพระเอก ไปจนถึงบทเรียนราคาแพงจากความผิดพลาดในชีวิต

พิงเผยว่า จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการบันเทิง ไม่ใช่เพราะอยากเป็นนักเขียนบทหรือผู้กำกับ แต่เพราะมีความฝันอยากเป็นพระเอกหนัง เนื่องจากวัยเด็กขาดความอบอุ่น พ่อแม่แยกทางกัน ต้องอาศัยอยู่กับอาในชุมชนแออัด รู้สึกไม่ได้รับการยอมรับ ทั้งยังมองว่าตัวเองหน้าตาไม่ดีและจีบใครก็ไม่เคยสมหวัง
เขายังเล่าว่า ชีวิตในวัยเพียง 10 ขวบต้องอยู่ท่ามกลางผู้เสพยาในสลัม ถึงขั้นเคยเป็นคนหาช้อนให้รุ่นพี่ใช้เสพเฮโรอีน และนั่งมองเหตุการณ์เหล่านั้นจนกลายเป็นภาพจำในวัยเด็ก
ด้านชีวิตการทำงาน พิงยอมรับว่าเคยถูกไล่ออกหลายครั้ง ครั้งแรกเพราะหยุดงานติดต่อกัน 4 วันเพื่อไปฝึกเต้นเบรกแดนซ์ โดยไม่กล้ายื่นใบลาเพราะกลัวหัวหน้าไม่อนุญาต ส่วนอีกครั้งที่ยังคงเป็นตราบาปในชีวิต คือการถูกไล่ออกเพราะขโมยขนม ซึ่งเป็นเรื่องที่เขารู้สึกผิดและไม่เคยลืม
แม้วันนี้จะประสบความสำเร็จในฐานะผู้กำกับ นักเขียนบท และนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ แต่พิงยอมรับว่า ช่วงเวลาที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต ไม่ใช่วันที่หนังประสบความสำเร็จ หากเป็นวันที่เดินเข้าไปในร้านหนังสือแล้วเห็นหนังสือที่ตัวเองเขียนวางจำหน่าย เพราะเป็นความฝันที่กลายเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเล่าว่าเคยตัดสินใจลาออกมาตั้งสำนักพิมพ์ของตัวเอง ทั้งที่ยังไม่เข้าใจระบบธุรกิจหนังสือ จนไม่รู้ว่าหนังสือของตัวเองยังค้างสต็อกอยู่ตามร้านจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังออกเช็กล่วงหน้ามูลค่า 500,000 บาท เมื่อถึงกำหนดกลับไม่มีเงินในบัญชี ทำให้เช็คเด้ง และต้องแบกรับภาระหนี้สินก้อนใหญ่ในที่สุด
เราก็เลยเนรคุณพี่จุ้ย ออกมาตั้งสำนักพิมพ์เอง โดยที่เราไม่รู้เลยว่าหนังสือเรามันไปกองอยู่ตามร้านขายหนังสือเยอะมาก แล้วเราตีเช็กล่วงหน้า 5 แสนบาท ไม่มีเงินแล้วเอาเช็กไปเข้าก็เด้ง พิง ลำพระเพลิง กล่าว