วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ดวงดาว จารุจินดา เปิดใจในงานพิธีบวงสรวงซีรีส์ อันเนื่องมาจาก ณ เทวาลัยพระพิฆเนศ ช่อง 7HD ถึงกรณีที่ ตั้ม วิชญะ จารุจินดา แยกทางกับ หญิงออน ดวงพร โดยยืนยันว่าเคารพการตัดสินใจของลูกชาย และพร้อมอยู่เคียงข้างเสมอในฐานะแม่
ดวงดาวเผยว่า เรื่องของลูกเป็นเรื่องที่ไม่อยากก้าวก่าย เพราะทุกคนโตและมีวุฒิภาวะพอที่จะจัดการชีวิตของตัวเองได้แล้ว

เรื่องลูกเนี่ยเขาโตมากแล้ว พี่ตั้ม 48 จะ 50 แล้ว น้องเติ้ลก็ 45 แล้ว ลูกเป็นผู้ชาย เราเป็นแม่ เราต้องให้สเปซของลูก เราจะไม่ก้าวก่าย ไม่ยุ่งกัน แม่จะอยู่ตรงนี้เสมอ ถ้าลูกพร้อมจะเล่าหรือต้องการความช่วยเหลือ แม่อ้าแขนรอตลอด
เธอยังบอกด้วยว่า หากลูกไม่ได้เล่าเรื่องใดให้ฟัง ก็อาจเป็นเพราะไม่อยากให้แม่ต้องเป็นห่วง พร้อมมองว่าการเลิกราเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน
ตัวเราเองก็เคยล้มมาก่อน เคยเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาก่อน จนมาเจอผู้ชายดีๆ อย่างคุณพลากร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นเรื่องธรรมดามาก ใครที่ไม่แฮปปี้ก็แค่หาสิ่งที่แฮปปี้แล้วเดินหน้าต่อไป
เมื่อถูกถามว่าตั้มเคยมาปรึกษาก่อนตัดสินใจหรือไม่ ดวงดาวตอบสั้น ๆ ว่า ไม่ค่ะ โตแล้ว พร้อมเล่าว่าเธอทราบข่าวพร้อมกับคนอื่น เพราะกำลังไลฟ์ขายของอยู่ในขณะนั้น

เราเคารพการตัดสินใจทุกอย่างค่ะ แต่เอาจริงๆ นะ เราไลฟ์ขายแต่ของ รู้ทีหลังคนอื่นเลย
ในส่วนของสภาพจิตใจลูกชาย ดวงดาวเผยว่า ตั้มยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเชื่อว่าเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะเคยผ่านประสบการณ์ที่พ่อแม่แยกทางกันมาก่อน
ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข ทุกคนก็ต้องแยกย้ายไปหาความสุข เราไม่รู้จุดจริงๆ ของเขาสองคนหรอกว่าคืออะไร แต่เราเคารพการตัดสินใจของทั้งคู่
ดวงดาวยังกล่าวถึงหญิงออนว่า ตลอดเวลาที่เป็นลูกสะใภ้ก็เป็นคนน่ารัก และดีกับครอบครัวเสมอ
สำหรับกระแสข่าวที่มีบางคนโยงว่า สาเหตุการเลิกราอาจมาจากแม่สามีไม่ปลื้มลูกสะใภ้นั้น ดวงดาวหัวเราะก่อนยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง
ดวงดาวไม่ได้เป็นแบบนั้น เราเคยผ่านการเลิกราผ่านชีวิตตรงนั้นมาแล้ว แล้วเราจะไปพูดเรื่องคนอื่นทำไม

เธอยังย้ำว่า เมื่อเกิดปัญหาละเอียดอ่อนภายในครอบครัว ตนจะไม่เข้าไปแทรกแซง เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง
อีกช่วงหนึ่ง ดวงดาวเล่าถึงคุณแม่ของตนด้วยความรู้สึกซาบซึ้งว่า หลังจากสูญเสียลูกชายคนโต คุณยายต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังมาโดยตลอด กระทั่งตั้มกลับมาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ทำให้คุณยายมีความสุขอย่างมาก
พอหลานชายคนแรกที่คุณยายเลี้ยงมากับมือกลับมาหา กลับมากินข้าวด้วยกัน มันเป็นสิ่งที่คุณยายมีความสุขมาก ได้ลุกมาทำกับข้าวให้หลานกิน
ดวงดาวเชื่อว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลของมัน และเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้ลูกชายได้กลับมาใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น
ตอนนี้พี่ตั้มก็ได้มาทำหน้าที่อยู่ข้างๆ คุณยาย ได้มากอด มาหอม จากที่เมื่อก่อนไม่ค่อยได้ทำเลย
ก่อนปิดท้าย ดวงดาวเผยว่า เธอไม่ได้เป็นห่วงลูกชายมากนัก เพราะเชื่อว่าตั้มเติบโตมากพอที่จะก้าวผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ไปได้ และยังมีเพื่อนที่ดีคอยอยู่เคียงข้างเสมอ