วันนี้ (11 ก.ค.69) ที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาในขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ ทั้งคนไทยและคนจีนรวม 27 คน เพื่อนำตัวไปยื่นฝากขังต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน โดยระหว่างรอการนำตัวผู้ต้องหาออกมาจากห้องควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางเทียน อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นมารดาของนายปฏิภูมิ หนึ่งในผู้ต้องหา
นางเทียนเชื่อมั่นว่าบุตรชายของตนอาจไม่ได้รับจ้างหรือได้ค่าตอบแทนใดๆ จากการเข้าไปเซ็นรับรองบุตรให้กับหญิงชาวจีนในครั้งนี้ เนื่องจากหากมีการรับเงินจริง บุตรชายย่อมต้องปรึกษาหารือกับครอบครัวก่อน นางเทียนเล่าว่าบุตรชายของเธอกับหญิงชาวจีนคนดังกล่าวเป็นเพียงเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย และเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ฝ่ายหญิงได้ตั้งครรภ์โดยไม่มีบิดา พี่ชายของฝ่ายหญิงจึงได้มาขอร้องให้บุตรชายของเธอช่วยเซ็นรับรองบุตรให้ ด้วยความรู้สึกละอายใจที่น้องสาวตั้งครรภ์โดยปราศจากสามี ด้วยความสงสารและเห็นแก่เด็ก บุตรชายจึงยินยอมเซ็นรับรองบุตรให้ ซึ่งเป็นการเซ็นรับรองทางเอกสารเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาบุตรชายหรือแม้แต่ตัวนางเทียนเองก็ไม่เคยนำเด็กคนดังกล่าวมาเลี้ยงดูแต่อย่างใด
นางเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่าไม่คาดคิดมาก่อนว่าบุตรชายจะต้องตกเป็นหนึ่งในขบวนการนี้ ยอมรับว่าตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น เธอรู้สึกเครียดอย่างหนัก เนื่องจากบุตรชายเป็นเสาหลักของครอบครัว และครอบครัวก็มีฐานะค่อนข้างลำบาก เมื่อวานนี้เธอต้องนำทรัพย์สินภายในบ้านไปจำนำ เพื่อเตรียมเงินมาใช้เป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวบุตรชาย ซึ่งความเครียดดังกล่าวทำให้เธอถึงขั้นมีความคิดที่จะจบชีวิตตนเอง เช้าวันนี้เธอได้นำข้าวเหนียวหมูปิ้งจำนวน 10 ไม้ มามอบให้กับบุตรชาย แต่ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเลยตั้งแต่บุตรชายถูกนำตัวมาควบคุมไว้ที่โรงพัก
ต่อมา เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 27 คน ออกจากห้องควบคุมตัว โดยแบ่งเป็นชุด ชุดละ 5-6 คน ทยอยขึ้นรถขังจำนวน 5 คัน โดยในกลุ่มผู้ต้องหาชุดแรกมีนายประจวบ ซึ่งเคยเป็นนอมินีถือหุ้นบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริง แต่นายประจวบกลับมีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ปริปากพูดใดๆ ทั้งสิ้น
เช่นเดียวกับ น.ส.สุนีย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน และ น.ส.ศิริพร นายทะเบียนของสำนักงานเขต ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการ ทั้งคู่ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยพบว่าทั้งคู่มีท่าทีตึงเครียดและนั่งก้มหน้าตลอดเวลา ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน ก่อนถูกนำตัวส่งฝากขังที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชันต่อไป
ด้านทนายความของนายประจวบ และนางเสี่ยว หญิงสัญชาติจีน ได้ให้ข้อมูลว่า วันนี้ได้มีการเตรียมเงินสดมาเพื่อขอประกันตัวนายประจวบและนางเสี่ยว อิ๋ง หวู แต่ไม่สามารถระบุจำนวนเงินที่แน่ชัดได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลว่าจะกำหนดหลักทรัพย์ในการประกันตัวของทั้งสองคนเป็นจำนวนเท่าใด ยอมรับว่าคดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชน จึงมีความเป็นไปได้ว่าศาลอาจจะไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว
สำหรับนายประจวบได้ให้การในชั้นสอบสวนว่า ตนเองเข้าใจว่าเด็กที่แจ้งเกิดนั้นเป็นบุตรของตนเอง อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานมาหักล้าง ก็จะต้องไปชี้แจงในชั้นศาลอีกครั้ง ส่วนมารดาเด็กชาวจีนนั้น เป็นมารดาของเด็กที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้คลอดเด็กออกมาเอง